สรุปหนังสือขายดี “ว่างงาน แต่ไม่ว่างเงิน”

หนังสือ “ว่างงาน แต่ไม่ว่างเงิน” หนังสือที่เขียนขึ้นโดย คุณโยอิจิ อิโนะอุเอะ ชาวญี่ปุ่นที่อยากแยกตัวออกมาทำงานของตัวเอง เพราะต้องการมีอิสระในชีวิตให้มากขึ้น โดยเริ่มจากการเขียนบทความลงบล็อกเกอร์ของตัวเอง จนมีผู้เข้ามาชมบล็อกเป็นจำนวนมาก และมีงานเข้ามาให้ทำเรื่อย ๆ แบบที่เขาไม่ต้องวิ่งวุ่นหางานเองอีกต่อไป

ในเล่มนี้จะเน้นสำหรับผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์ และต้องการจะเปิดบริษัทเล็ก ๆ ของตัวเองเพียงลำพัง ไม่ต้องมีพนักงานก็สามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ง่าย ๆ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอิสรภาพ เพื่อไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิต 

อันดับแรก คุณโยอิจิ ให้เราตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า อยากมีรายได้จากงานเท่าไหร่ / อยากใช้เวลากับงานนานแค่ไหน / อยากทำงานอะไร / อยากทำงานกับคนแบบไหน ?

ต่อมา คือ การกล้าท้าทายตัวเองด้วยการทำสิ่งใหม่ ๆ ไม่รับงานเดิมมาทำทั้งที่รู้ว่าอิ่มตัวแล้ว ต้องกล้าปฏิเสธงานให้เป็น และอย่าทำเพียงงานเดียว ควรหารายได้เข้ามาหลาย ๆ ทาง เพื่อที่ตัวเราเองจะได้ไม่ต้องเหนื่อยในการทำงานมากนัก โดยทุกงานต้องเป็นงานที่เชื่อมโยงกันได้ทั้งหมด

เช่น เขียนบทความลงบล็อกเกอร์ ขยายเป็นรายได้อีกทาง คือ สอนเขียนบทความให้กับผู้คน ขยายต่อได้อีกเป็น จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับความรู้ที่เราเขียนบทความลงบล็อก อย่างคุณโยอิจิ มีความทางด้านภาษี จึงสามารถจัดทำคอร์สและจัดงานสัมมนาเกี่ยวกับภาษีได้

สุดท้ายต้องนำ “จุดแข็ง” ของเราเอง ยิ่งเป็นสิ่งที่น้อยคนจะทำได้ ยิ่งดีเลยค่ะ เอาจุดแข็งทุกอย่างที่เรามีมาเชื่อมโยงกันให้ได้ เช่น เป็นที่ปรึกษาธุรกิจขนาดกลาง บวกกับสร้างเว็บเป็น  ก็สามารถเปิดให้บริการ “สร้างเว็บสำหรับธุรกิจขนาดกลาง” ได้

ทั้งนี้คุณโยอิจิ ได้แนะนำ WordPress เป็นช่องทางสำหรับผู้เริ่มต้นเขียนบทความลงบล็อก เพราะเป็นโปรแกรมที่เราสามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ และทำให้ผู้คนรู้จักเรามากขึ้น รวมทั้งการกระจายผลงานของเราออกไปทุกช่องทางบนโลกโซเชียลมีเดีย นำเสนอเนื้อหาบทความที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อผู้คน ไม่เขียนแบบไดอารี่ เล่าแต่ชีวิตของตัวเอง เพราะไม่น่าสนใจ

สำคัญที่สุดคือ ต้องลงบทความอย่างต่อเนื่อง ห้ามขาด ! เพื่อสร้างผู้ติดตามให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ใช้คำที่ชวนดึงดูดสายตา และความสนใจของผู้อ่าน ตรวจเช็กคำผิดให้ดี ไม่สนใจคำวิจารณ์ และไม่จำเป็นเลยที่เราจะเขียนแต่บทความสดใหม่ อิงตามกระแสสังคมตลอดเวลา ให้เขียนจากความรู้ที่เรามี หรือประสบการณ์ที่เราเคยพบเจอแบบเจาะลึกที่สุด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ทักษะ 3 อย่างที่เราต้องมี คือ การอ่าน การเขียน และการพูด เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับเรา โดย WordPress เมื่อเรากดเลือกจ่ายเงินให้กับ WorePress  จะสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้ จากการที่ผู้เข้ามาอ่านบล็อกของเรา และคลิกเข้าไปดูโฆษณาที่อยู่บนบล็อกของเราเอง แต่ใครไม่พร้อมจ่าย จะเขียนบทความลง WordPress ไปแบบฟรี ๆ ก่อนก็ได้ค่ะ แต่จะไม่สามารถสร้างรายได้ในส่วนนี้ได้  

และสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมาก ๆ คือ เรื่องไอทีและสุขภาพ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่างกกับอุปกรณ์ไอทีที่สามารถนำมาช่วยสร้างรายได้ให้กับเราได้  รวมทั้งไม่ควรใช้เงินฟุ่มเฟือย ทำชีวิตตัวเองให้ดูหรูหรา ยังไงก็ควรจะใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเข้าไว้ค่ะ

ท้ายเล่มคุณโยอิจิ ยังสอนเรื่องการคำนวณภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการคำนวณ ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างคนทำบัญชี ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้เราไปได้เยอะ

สำหรับใครที่สนใจอยากมีรายได้จากการเขียนบล็อก และสร้างรายได้แบบคุณโยอิจิ ซึ่งภายในเล่มจะบอกขั้นตอนการเขียนบทความลง WordPress อย่างละเอียด และสอนเรื่องการคำนวณภาษี  รวมทั้งวิธีการคิดและวิธีการจัดการสร้างระบบงาน เพื่อให้เรามีรายได้เข้ามาหลายทาง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานอีกต่อไป สามารถหาซื้อหนังสือ “ว่างงาน แต่ไม่ว่างเงิน” ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

“อยากทำงานที่ชอบ แบบไม่ผูกติดกับบริษัท”

“อยากกำหนดเวลาทำงานได้ด้วยตัวเอง”

“ไม่อยากฝ่ารถติดไปทำงานตอนแปดโมงครึ่งอีกต่อไปแล้ว”

มนุษย์เงินเดือนหลายคนคิดแบบนี้ แต่น้อยคนที่จะผันตัวเองมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว หนังสือเล่มนี้จะเป็นคู่มือชั้นดีให้กับคนที่คิดจะเดินออกจากเซฟโซน แต่การจะเป็นฟรีแลนซ์ให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จ มีงานเข้ามาไม่ขาดมือเป็นเรื่องที่ยาก ผู้เขียนได้ถ่ายทอดวิธีคิดและขั้นตอนการทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะที่มีอยู่อย่างครบถ้วน รวมไปถึงประเด็นที่น่าสนใจ อย่าง

– กฎที่จะได้มีกินตลอดชีวิต 8 ข้อ

– ปฏิเสธงานเพื่อให้ได้งานที่ดีกว่า

– สิ่งสำคัญ 4 ข้อในการเพิ่มราคาชิ้นงาน

– วิธีเรียกงานที่อยากทำให้ลอยมาหา !

แล้วคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องงานและเรื่องเงินอีกต่อไป

==========================

“ว่างงาน แต่ไม่ว่างเงิน”

ผู้เขียน : โยอิจิ อิโนะอุเอะ

ผู้แปล : มนชนก มากบุญประเสริฐ

หมวด : จิตวิทยาพัฒนาตัวเอง

สำนักพิมพ์ : ช็อร์ตคัต

จำนวน : 196 หน้า

ราคา : 215 บาท

==========================

ช่องทางการสั่งซื้อทางออนไลน์

SE – EDhttps://bit.ly/2TSHbCk

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

https://www.blockdit.com/neemmy.bk

รีวิวหนังสือดี น่าอ่าน (1 ในชีวิตจริง) “อันธพาลกลับใจ กู้วิกฤติพันล้าน”

เรื่องราวของคุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก หรือในนามที่คนจ.กระบี่เรียกกันว่า “โกเล็ก”

คือ สุดยอดนักสู้ชีวิตคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตมากมาย

.

.

โกเล็กเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนอย่างมาก

เป็นบ้านเดียวที่พื้นบ้านยังเป็นดิน และไม่มีไฟฟ้าใช้

อยากดูทีวีก็ต้องไปขออาศัยข้างบ้านดู

.

.

โกเล็กเป็นเด็กกตัญญูช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน และช่วยทำงาน

หาเงิน เพื่อลดภาระของพ่อแม่อยู่เสมอ  กว่าจะทำงานเสร็จ

เขาก็เดินทางไปโรงเรียนเวลาสายแล้ว ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่

เหล่าอันธพาลออกมารีดไถ่เงิน และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้

โกเล็กเริ่มคิดอยากเป็นอันธพาล เพื่อไม่ให้ใครมารังแกเขาแบบนี้ได้อีก

.

.

โกเล็กเริ่มสร้างพรรคพวกเป็นผู้นำกลุ่มอันธพาล ตั้งแต่ชั้นวัยประถมฯ

จนเข้าสู่มัธยมฯ ทำเอาครูหลายท่านเอือมระอาในพฤติกรรมของโกเล็ก

และพรรคพวกอย่างมาก แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งการทำงานบ้านช่วยเหลือพ่อแม่

และการทำงานหาเงินเอง

.

.

โกเล็กเป็นคนขยัน มีหัวการค้าตั้งแต่ยังเด็ก

สิ่งไหนที่ทำแล้วได้เงิน ได้กำไรกลับมา

โกเล็กยินดีทำ มีแค่ 2 สิ่งที่เขาไม่ยุ่งเลย

คือ 1.ยาเสพติด และ 2.ผู้หญิง

.

.

เพราะโกเล็กรู้ว่าสองสิ่งนี้จะทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวาย

และลำบากได้ในภายภาคหน้า

.

.

การทำงานไป เรียนไป ช่วยฝึกความอดทน และความใจเย็น

ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทักษะต่าง ๆ  มากมาย

ที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิต

.

เมื่อเข้ากรุงเทพฯ โกเล็กเริ่มหางานทำ ได้งานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร

และมีเพื่อนช่วยจุดประกายให้เขาคิดอยากเรียนหนังสือ

โกเล็กเลือกเรียนสถาปัตยกรรม เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่

และได้รับงานเกี่ยวกับโครงการบ้านจัดสรร

ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และคุมลูกน้องอยู่ทุกวัน

.

.

ชีวิตของโกเล็กและครอบครัวเริ่มมีฐานะที่ดีมากยิ่งขึ้น

และทำให้เขาเริ่มหลงระเริงกับเงินทองที่ได้มามากมาย

.

.

จนกระทั่งมีเหตุการณ์ทำให้เขาต้องไปเกณฑ์ทหารสองเดือน

ชีวิตของโกเล็กเริ่มกลับคืนสภาวะเดิม

หลังจากปลดทหารออกมา ทุกสิ่งที่เคยสร้างไว้ ก็มลายหายไปหมดแล้ว

รวมทั้งเพื่อนที่เขาฝากธุรกิจไว้ก็หายไปด้วยเช่นกัน

.

.

โกเล็กเริ่มหางานใหม่ โดยการเป็นเซลล์

แต่เมื่อทำยอดขายได้สูงสุดถึง 8 แสนบาท

กลายเป็นทั้งCEO และทุกคนภายในบริษัท

 ต่างกดดันเขา จนโกเล็กรู้สึกไม่ไหว

จึงทำให้ต้องลาออกจากงานมาในที่สุด

.

.

ชีวิตของโกเล็กเริ่มเคว้งคว้าง ไร้ทิศทาง

เพราะมีแต่ตัวเหลืออะไร แต่หัวการค้าของเขายังคงอยู่

.

.

วันหนึ่งที่โกเล็กได้รู้ว่ามีการบอกขายที่ดินแปลงหนึ่ง

โกเล็กไม่มีเงินซื้อที่ดินตรงนั้นได้เลย มีแค่ประสบการณ์การทำงานรับเหมาก่อสร้าง

การเขียนแบบ เคยทำบ้านจัดสรรในอดีต และหัวการค้าที่เฉียบแหลมของเขา

.

.

โกเล็กเริ่มมองเห็นกำไรมหาศาลจากผืนที่ดินตรงนี้

จึงเจรจาขอซื้อ ด้วยคำพูดที่ทำให้เจ้าของยอมขายให้อย่างง่ายดาย

ทั้งที่โกเล็กยังไม่มีเงินจ่ายทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ

.

.

โกเล็กเริ่มการกู้ธนาคาร เขียนร่างโครงการออกมา

เสนอให้ธนาคารพิจารณา และสามารถตอบได้ทุกคำถาม

ที่ทางธนาคารถามเขามา เพราะเขาได้ศึกษาข้อมูลทุกอย่างมาเป็นอย่างดีแล้ว

แม้ว่าจะมีคนคัดค้านมากแค่ไหนก็ตาม

แต่โกเล็กยังคงมุ่งมั่นทำตามความฝันของตัวเอง

ไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น

.

.

เมื่อโครงการแรกสำเร็จ จึงเกิดโครงการสองขึ้นมา

รอบนี้มีหลายธนาคารต่างเข้ามาหาเขา

เพื่อให้เขากู้ได้อย่างง่ายดาย

.

.

แต่เคราะห์ร้ายเมื่อวิกฤตปี 40 ที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ถึงขีดสุด

โกเล็กคิดว่าตัวเองสามารถหาเงินมาจ่ายธนาคารทั้งต้นทั้งดอกไหวอยู่

ทว่าก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเลย  สุดท้ายโกเล็กต้องไปกู้เงินนอกระบบมา

เพื่อหมุนจ่ายโปะตรงนั้น ปิดตรงนี้อย่างไม่มีทางจบสิ้น

.

.

ในที่สุดโกเล็กก็ต้องสูญเสียที่ดินหลายแปลงไป

ต้องขึ้นศาล เจอเจ้าทวงถึงที่ และจ่อปืนตรงหน้า

โกเล็กใช้ทักษะการเจรจาของเขาจนทำให้เจ้าหนี้ยอมผ่อนปรนให้เขาได้ในที่สุด

.

.

ผู้คนมากหน้าหลายตาที่เคยแวะเวียนมาหา ตอนเขาร่ำรวย

กลับหนีหน้าหายเข้ากลีบเมฆกันทุกคน จะเหลือก็เพียงพ่อแม่

และภรรยาของเขาเท่านั้น ที่ยังไม่คิดทอดทิ้งเขาไปไหนเลย

.

.

เขาเลือกที่จะรับสายเจ้าหนี้ทุกสาย และโทรหาเพื่อเจรจาต่อรอง

แทนการหนีปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

.

.

โชคยังดีที่เขายังมีความสามารถรักษาโรงแรมบนผืนที่ดิน

ของคนที่ยังเชื่อมั่นในตัวเขาไว้ได้ ทำให้เขายังมีรายได้เข้ามา

ให้ทั้งตัวเองและครอบครัวอยู่บ้าง

.

.

โกเล็กตั้งใจใหม่ บริหารธุรกิจโรงแรมที่เหลืออยู่นี้ให้ดีที่สุด

จนสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งนึง ทำให้เขาได้บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่

ว่าสุดท้ายแล้วตอนเขาไม่เหลืออะไรเลย  ใครบ้างที่ยังอยู่กับเขา

.

.

โกเล็กใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น  ไม่หลงระเริงไปกับสิ่งของมึนเมา

หรือการเที่ยวกับเพื่อนฝูงที่เข้ามาหวังผลประโยชน์จากเขาอีกต่อไป

และยังแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการทำธุรกิจ เพื่อช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่

มากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

ภายในหนังสือเล่มนี้คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก  ได้สอดแทรกข้อคิดต่าง ๆ

และการพูดเจรจา รวมทั้งขั้นตอนการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

แม้ไม่มีเงิน จนทำให้ทุกวันนี้เขามีรายได้เป็นพันล้านบาทสำเร็จ

.

.

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยปลุกพลังในตัวคุณให้ลุกขึ้นสู้ใหม่ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะความคิดหัวการค้าทำกำไรตลอดเวลาแบบโกเล็กที่คุณจะต้องทึ่ง!

.

.

เป็นหนังสือภาพสีทั้งเล่ม สีสันสวยงามน่าอ่าน

เนื้อหาแบ่งออกเป็น 19 บทด้วยกัน

เริ่มเล่าตั้งแต่ชีวิตวัยเด็กที่ยากจน วิธีการใช้ชีวิต

วิธีคิด การเจรจา และการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

.

.

นับได้ว่าคุณประสิทธิ์ คือ บุคคลตัวอย่างที่ดีของการสู้ชีวิต

และการลุยทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จที่น่ายกย่องคนนึงเลยล่ะค่ะ

==========================================================

หากใครสนใจอยากรู้จักคุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ให้มากยิ่งขึ้น

สามารถสแกน QR Code บนหน้าปกหนังสือ ตามรูปภาพนี้ได้เลยค่ะ

ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊กของคุณประสิทธิ์ เจียวก๊กเองนะคะ

และสามารถหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ตามร้านหนังสือทั่วไปได้เลยค่ะ

โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้

จะมอบให้กับการกุศล

========================================================

(1 ในชีวิตจริง)

“อันธพาลกลับใจ กู้วิกฤตพันล้าน ”

.

.

ผู้แต่ง : นักเขียนชื่อดัง

พิมพ์ครั้งที่ 15 : ตุลาคม 2558

ราคา : 350 บาท

จำนวน :  174 หน้า

ผลิตและจัดจำหน่ายโดย : บริษัท Mwee Trading

=====================================================

ช่องทางการติดตามอื่น ๆ  

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Noozup :  https://www.noozup.me/2226763/

สรุป 22 ข้อคิด ตอนที่ 1 จากหนังสือ “เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบด้าน แล้วจักรวาลจะเป็นของคุณ”

ตอนที่ 1 สภาพแวดล้อมหล่อหลอมคุณ

1) หากเราไม่สร้างและควบคุมสภาพแวดล้อมรอบตัว

สภาพแวดล้อมนั้นจะเป็นฝ่ายกำหนดและควบคุมตัวเราแทน

– ดร.มาร์แชลล์  โกลด์สมิท –

.

.

2) เราปรับตัวตามสภาพแวดล้อม

“จิตสำนึก” จึงต้องอาศัยการขัดเกลา

เพื่อให้เราได้กลายเป็น “คนที่เราอยากเป็น”

.

.

3) โลกทัศน์ “ความเชื่อและค่านิยม”

ของคุณ ไม่ได้มาจาก”ภายใน”

แต่มาจาก”ภายนอก”ตัวคุณ

.

.

4) ถ้าคุณอยากมี”สมาธิ”กับการทำงาน

คุณต้อง”กำจัด”สิ่งรบกวน

ออกจากพื้นที่ทำงาน

ทั้งทางกายภาพและดิจิทัล

.

.

5) ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง

”สภาพแวดล้อม”รอบตัวได้

เราก็”เปลี่ยนแปลง”ตัวเองไม่ได้

.

.

6) แต่ละสปีชีส์ถูกสร้างขึ้นมา

พร้อมแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไป

ตามธรรมชาติและตามที่ถูกกำหนด

 – ชาลส์ ดาร์วิน –

.

.

7) ถ้าคุณไม่ใส่ใจ”สภาพแวดล้อม”

คุณอาจได้กลายเป็นคนที่คุณไม่อยากเป็น!

.

.

8) ดังที่พลูทาร์ก นักปราชญ์ ลัทธิสโตอิก

กล่าวไว้ว่า “หากท่านอยู่กับคนพิการ

ท่านจะเรียนรู้ที่จะเดินกะเผลก”

.

.

9) “ความคิดเห็น”ของคนอื่นไม่สำคัญเลย

การยอมรับ”ตัวตน”ที่คุณควรเป็น

คือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดตอนนี้

.

.

10) คำแนะนำโดยส่วนใหญ่ ที่แนะนำให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง

นับว่าเป็นคำแนะนำที่แย่มาก

11) เป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

โดยไม่เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

.

.

12) มาตรฐานสังคมมีพลังควบคุม”พฤติกรรม”ของคุณ

มากกว่าอุดมการณ์ และความปรารถนาของคุณเสียอีก

.

.

13) อย่าคบค้าสมาคมกับ

คนที่ใช้ชีวิตง่าย ๆ  สบาย ๆ 

เพราะคุณจะไม่เติบโต

.

จงไปอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วย

ความคาดหวังและเรียกร้อง

ให้แสดงฝีมือ

– จิม รอนด์ –

.

.

14) คุณและสภาพแวดล้อมรอบตัว

คือ”ส่วนขยาย”ของกันและกัน

.

สิ่งที่คุณเป็นและสิ่งที่คุณทำได้

ในสภาพแวดล้อมหนึ่ง

แตกต่างจากสิ่งที่คุณเป็น

และสิ่งที่คุณได้ทำในอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง

.

.

15) แครอล ดเว็ก นักจิตวิทยาชื่อดังจากสแตนฟอร์ด พบว่า

“คนที่เชื่อว่าสติปัญญาของพวกเขาคงที่

และเปลี่ยนแปลงไม่ได้จะมีปัญหาในการเรียนรู้”

.

.

16) คุณสามารถเปลี่ยน”บทบาท”ตัวเองได้

แต่จะทำได้ ก็ต่อเมื่อคุณเปลี่ยนแปลง

“สภาพแวดล้อม”ของตัวเอง

.

.

17) มนุษย์จะพัฒนาได้ ต้องมีปัจจัยสภาพแวดล้อม 2 ประเภท

ได้แก่ ความเครียดสูง และ ความผ่อนคลายสูง

.

.

18) สิ่งที่เราควรมี คือ “ความเครียดเชิงบวก”

เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเติบโตและพัฒนา

.

.

19) “ความเครียดเชิงบวก” สอนให้เราท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และช่วยให้เราทำสิ่งต่าง ๆ  ได้สำเร็จ

.

.

20) “ความคิดสร้างสรรค์” มักเกิดขึ้น

ตอนที่สมองหยุดพักทำงานอย่างหนัก

.

.

21) ผลึก”ความคิดสร้างสรรค์”ที่ดีจะเกิดขึ้น

ใน”สภาพแวดล้อม”ที่ปราศจากความเครียด

.

.

22) ต้นไม้ที่เติบโตใน”สภาพแวดล้อม”

ที่มีลมแรงและทรหด

จะถูกบังคับให้ “หยั่งรากลึกกว่าปกติ”

ทำให้มันไม่พ่ายแพ้ต่อ “สภาพแวดล้อม”

ภายในหนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 3 ตอน

ซึ่งแบ่งออกเป็น 14 บทด้วยกัน

หลัก ๆ  จะอธิบายว่าเพราะอะไร “สภาพแวดล้อม” เท่านั้น

ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวคุณได้  ไม่ใช่ทัศนคติ!

.

.

แอดเองก็เข้าใจผิดว่าตลอดว่าแค่เรามีทัศนคติที่ดี

เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แล้วจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

.

.

แต่เมื่อมองย้อนชีวิตตัวเองกลับไปก่อนหน้านี้

ไม่ใช่เลย…ต่อให้มีทัศนคติที่ดีมากแค่ไหน

แต่ชีวิตรายล้อมไปด้วย เหล่าผู้คนที่ไม่คิดพัฒนาตัวเอง

ย่อมไม่มีประโยชน์

.

.

เช่น การทำงานในห้องเงียบ ๆ  คนเดียว

ก็นับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีอีกที่หนึ่งสำหรับแอด

เพราะทำให้แอดมีสมาธิในการสิ่งต่าง ๆ  ได้มากกว่า

.

.

ได้เป็นเสมือนเจ้านายตัวเอง คอยจัดการชีวิตตัวเอง

ได้ลงมือทำอะไรหลายอย่างที่แอดอยากทำ

จนทำให้แอดทำสำเร็จไปแล้วตั้งหลายอย่าง

============================================

เพราะฉะนั้น ที่หนังสือเล่มนี้กล่าวชัดเจน

ว่า”สภาพแวดล้อม” ต่างหากที่จะ

สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้

ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว

.

.

หากคุณยังข้องใจและสงสัยว่า

“สภาพแวดล้อม” สำคัญกว่าทัศนคติที่ดีจริงหรือ

จะเป็นไปได้อย่างไร?

.

.

แอดแนะนำให้คุณลองอ่านหนังสือเล่มนี้

แบบเนื้อหาเต็ม ซึ่งมีการอธิบาย

และยกตัวอย่างหลายเคสมาให้เราศึกษามากมาย

.

.

เล่มไม่หนา ไม่บางจนเกินไป

3 ตอน 14 บท กับการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น

นับว่าคุ้มค่ามากค่ะ

.

.

แอดอ่านจบแล้วทั้งเล่มค่ะ

และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที

ซึ่งคุณเองก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เช่นกัน

.

.

แล้วเรามาพิสูจน์ไปด้วยกันนะคะ

ว่าการเปลี่ยนแปลง”สภาพแวดล้อม”ภายนอก

จะทำให้ชีวิตของคุณเติบโตและพัฒนาไปได้มากแค่ไหนกัน

.

.

ส่วนตอนที่ 2 – 3 แอดจะมาสรุปให้ในบทความหน้า

โปรดรอติดตามอ่านกันได้เลยนะคะ

ผู้เขียน : เบนจามิน ฮาร์ดี้

ผู้แปล : ณิชาภา ชิวะสุจินต์

.

จำนวน : 199 หน้า

พิมพ์ครั้งที่ 1 : ตุลาคม 2562

สำนักพิมพ์ : บีทูเอส

ราคาปก : 200 บาท

.

.

หากสนใจหนังสือเล่มนี้  สามารถหาซื้อได้ที่

ร้านหนังสือB2S ทุกสาขาทั่วประเทศเลยนะคะ

================================================

ช่องทางการติดตามอื่นๆ

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

Noozup : https://www.noozup.me/2226763/

รีวิวหนังสือออกใหม่ล่าสุด “7 คนสำคัญ ที่จะเป็นพลังเปลี่ยนชีวิต”

ตัวตนกำหนดความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์กำหนดชีวิต 

บทที่ 1 : หาเพื่อนเล่นที่ใช่ ก้าวตามเส้นทางที่ถูก 

ตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป เพื่อนคือจุดเริ่มต้นในการเข้าสังคม 

.

การกระทำของเพื่อนส่งผลต่อคุณ

และการกระทำของคุณก็ส่งผลต่อเพื่อนเช่นเดียวกัน

เพื่อนในวัยเด็ก จะส่งผลกระทบต่อชีวิตคุณในอีก 20 ปีข้างหน้า 

.

เช่น คนที่เล่นเป็นทหารในวัยเด็ก โตขึ้นมาจะได้เป็นนายพล 

เด็กซนที่เป็นพี่ใหญ่ของแก๊งก็มักจะลาออกจากงานไปทำธุรกิจ 

ซึ่งพบว่าเรื่องนี้มีความแม่นยำมากถึง 79% เลยทีเดียว 

.

เพราะช่วงวัยเด็กเหมือนการสวมบทบาทสมมติเสมือนจริง 

เมื่อโตขึ้นมาคุณจึงได้รับอิทธิพลการสวมบทบาทเสมือนจริงในวัยเด็กไปด้วย 

.

และจากการสำรวจพบว่าคนที่ชอบโอ้อวดในวัยเด็ก

เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่มักจะประสบความสำเร็จขั้นธรรมดา

.

บุคคลที่ยิ่งใหญ่มักเป็นนักอ่านตัวยง มีหนังสือดีเป็นเพื่อนสนิท 

จากการสำรวจพบว่าพนักงานที่มีเงินเดือนสูงในวอลล์สตรีทจำนวน 67% 

อ่านหนังสือก่อนอายุ 16 ปี โดยไม่มีใครบังคับ

อ่านเพราะชอบล้วนๆ 

======================================================

บทที่ 2 : หาเพื่อนที่เป็นแรงบันดาลใจ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย

การที่คุณจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา พื้นฐานครอบครัว  

การเรียนมหาวิทยาลัยดัง และการมีคะแนนสอบที่ดี 

เพราะสิ่งที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริงในอนาคต

คือการคบเพื่อนสักสองสามคนที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ 

.

โดยต้องเป็นคนที่มีสายตากว้างไกล ใจกว้าง หูตาไว มีความมุ่งมั่น

ยืดหยุ่นได้ และมีความคิดบรรเจิดมากกว่าคุณ 

.

สำคัญสุดไม่ใช่การเลือกคบเพื่อนที่เรียนเก่ง 

แต่คือการเลือกคบเพื่อนที่สามารถคิดวิเคราะห์ได้ต่างหาก 

แม้เขาจะเรียนไม่เก่งก็ตาม

.

และเพื่อนคนนั้นต้องมีความจริงใจ ไม่หวังผลประโยชน์ใดๆจากคุณเลย 

คุณเองก็ต้องไม่หวังผลประโยชน์ใดๆ

จากเพื่อนด้วยเช่นกันจึงจะเรียกได้ว่าเป็นมิตรแท้ต่อกัน

========================================================

บทที่ 3 : หาเพื่อนร่วมงานที่ถูกช่วง 3 ปีแรกหลังเรียนจบ 

หลังเรียนจบคุณควรเลือกงานที่บริษัทกำลังเติบโต หรือเพิ่งเปิดใหม่

เพราะจะทำให้คุณได้เรียนรู้งานทุกอย่างภายในบริษัทได้

มากกว่าการทำงานในบริษัทที่ดีและมีความมั่นคงแล้ว 

.

ควรคำนึงความรู้ที่คุณจะได้รับให้มากกว่าเงินเดือนสูงๆ 

พยายามค้นหาในสิ่งที่ตัวเองถนัด หรืออาชีพที่คุณทำแล้วมีความสุขให้เจอ 

คุณต้องเลือกงานที่ใช่ก่อน แล้วคนที่ช่วยเหลือคุณจะเข้ามาเอง 

.

และความรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยที่คุณจบมาส่วนใหญ่นำมาใช้ในที่ทำงานแค่ 20% เท่านั้น 

เพราะส่วนที่เหลือจะถูกลืม และไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมดอยู่ดี 

.

คุณจึงควรคบคนที่มีทั้งความเก่งและความดีในคนเดียวกัน 

คนที่กล้าวิจารณ์คุณ และตักเตือนคุณ เพื่อให้คุณทำสิ่งที่ผิดพลาดน้อยลง 

.

เพื่อนร่วมงานที่คุณควรคบคือ คนที่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ 

ช่วยเหลือการงานของคุณได้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เพื่อนกินของคุณอย่างเดียว 

จึงจะชื่อว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

 ========================================================

บทที่ 4 : เจ้านายดี สำคัญกว่าครูดี 

หากบริษัทดี แต่เจ้าแย่ ไม่มีวันที่คุณจะอยู่ได้นาน และควรเลือกทำงานในบริษัทที่กำลังเติบโต 

ดีกว่าบริษัทข้ามชาติ .เพราะจะทำให้คุณได้มีโอกาสเรียนรู้งานทุกอย่าง

ได้มากกว่าบริษัทใหญ่ที่คุณอาจได้ทำเพียงตำแหน่งเดียว 

.

และบริษัทใหญ่ที่มั่นคงแล้วส่วนใหญ่ คุณมักจะเจอเจ้านายที่กดลูกน้องไม่ให้อยู่สูงกว่าตัวเอง 

หรือไม่ยอมให้ใครเห็นศักยภาพของลูกน้องเพราะกลัวว่าลูกน้องจะชิงตำแหน่งของตัวเองไป 

และผลงานของคุณอาจต้องกลายเป็นผลงานของเจ้านายไปโดยปริยาย 

รวมทั้งอาจโยนความผิดมาให้คุณด้วยเช่นกัน 

.

เจ้านายที่ดี มีคุณสมบัติ ดังนี้ 

1. รู้จักขอบคุณ

2. รู้จักคาดหวัง

3. รู้จักเมตตา

4. คำนึงถึงประสิทธิภาพ 

5. รู้จักรับผิดและรับชอบร่วมกัน  

6. รู้จักเข้าใจ 

7. รู้จักแก้ปัญหาสำคัญ 

8. รู้จักรับฟัง

9. มีอารมณ์ขัน 

10. รู้จักใส่ใจคนที่มีความสามารถด้อยกว่าคนอื่น

 .

ส่วนเจ้านายที่นิสัยเสีย มีดังนี้

1. ใจแคบ

2. เปลี่ยนคำสั่งตามใจชอบ 

3. น่าอึดอัด 

4. สั่งงานนอกเวลา

5. ออกคำสั่งกำกวม

6. สั่งงานตามอำเภอใจ 

7. ติอย่างเดียว ไม่รู้จักชม 

8. กดพนักงานที่มีศักยภาพ 

9. ให้ลูกน้องรับผิดแทน 

10. ไม่ขึ้นเงินเดือน 

===============================================

“7 คนสำคัญที่จะเป็นพลังเปลี่ยนชีวิต”

เลือกให้ดีก่อนจะคบใคร เพราะ 7 คนที่อยู่ใกล้ 

จะกลายเป็นส่วนผสมของตัวเราในอนาคต

ผู้เขียน : หลี่เหวยเหวิน 

ผู้แปล : รำพรรณ รักศรีอักษร 

.

หมวด : จิตวิทยาและการพัฒนาตัวเอง

จำนวน : 316 หน้า 

.

สำนักพิมพ์ : ช็อร์ตคัต

พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2562

 =======================================================

“หลี่เหวยเหวิน” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญการอบรมด้านประชาสัมพันธ์

ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษางานด้านประชาสัมพันธ์ และเข้าร่วมการเจรจาการค้ากับธุรกิจ

ระดับโลกหลายครั้ง 

.

หนังสือแต่ละเล่มของหวี่เหวยเหวินได้รับการยกย่องให้เป็น 

“หนังสือยอดเยี่ยมอมตะระดับห้าดาว”

========================================================

แอดได้สรุปเนื้อหาในส่วนของ 1-4 ไว้ให้แล้วนะคะ 

ใครสนใจสามารถหาอ่านเนื้อหาเต็มทั้งเล่มได้ในหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ 

สามารถทดลองอ่านได้ฟรี โดยการสแกน QR Code ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 

===============================================================

เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการอธิบายลักษณะของบุคคลที่เราควรเลือกคบค่ะ 

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนวัยเด็ก เพื่อนวันเรียน เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หุ้นส่วน คนรู้ใจ และคู่ครอง

ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่เราต้องพบเจอและอยู่ร่วมกันในช่วงเวลาของชีวิตนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

.

ซึ่งแต่ละคนมีความสำคัญแต่ต่างกันไป และส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างมาก 

หนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนคู่มือการเลือกคบคนแต่ละช่วงวัยของชีวิตว่าแบบไหนควรหลีกห่าง แบบไหนควรคบ ถ้าอยากมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น 

.

เพราะการกระทำ และทัศนคติความคิดต่างๆ สามารถส่งต่อกันได้

คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนแบบนั้น 

คลุกคลีกับคนแบบไหนมากเกินไป 

ชีวิตเราก็จะเป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ 

================================================================

หนังสือขนาดพอดีมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

หลายข้อความในหนังสือเล่มนี้ช่วยเตือนสติแอดได้เป็นอย่างดี

และคือเรื่องจริงที่เราทุกคนล้วนต้องพบเจอ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร

หรือมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม

 .

หนังสือเล่มนี้จึงเหมือนเพื่อนคอยช่วยสแกนบุคคลต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเราได้เป็นอย่างดี

ทำให้ชีวิตผิดพลาดน้อยลง เดินทางไปสู่ความสำเร็จ พบเจอหนทางชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น 

.

การคบคนนั้นสำคัญ ไม่แพ้เป้าหมายของคุณเลยทีเดียว 

.

อยากมีชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ 

แอดขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ ให้เป็นเพื่อนคอยสแกนคนที่เข้ามาในชีวิตของคุณกันนะคะ 

เพื่อที่ชีวิตในทุกๆวันของคุณจะได้พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ 

และประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในทุกๆวัน 

.

เพราะ…คุณจะเป็นใครไม่สำคัญ เท่ากับคุณรู้จักใคร?=============================================================

สนใจสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้หรือเล่มอื่นๆได้ที่

ร้านหนังสือออนไลน์สำนักพิมพ์อมรินทร์ฮาวทู >>  https://bit.ly/2sGMQww

 =============================================================

ช่องทางการติดตามอื่นๆ 

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

Blockdit :  https://www.blockdit.com/neemmy.bk

รีวิวหนังสือออกใหม่ล่าสุด! “ทำทุกอย่างให้ง่ายเข้าไว้ คือหัวใจของความสำเร็จ”

หนังสือที่เป็นมากกว่าหนังสือจิตวิทยาพัฒนาตัวเอง

แต่คือหนังสือที่สอดแทรกเนื้อหาการตลาด การจัดการ และบริหารธุรกิจเข้ามาพร้อมกัน

.

.

เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ได้ยกตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมาย

โดยเน้นไปที่การทิ้งสิ่งที่ไม่สำคัญออกไปให้หมด  ตั้งอัตลักษณ์ของตัวเองให้ชัดเจน

และรักษาไว้ไม่ให้หายไปไหน

.

.

หลายคนมักชอบคิดว่ายิ่งเยอะยิ่งดี  ยิ่งเยอะยิ่งได้เปรียบคู่แข่ง

แต่เปล่าเลย… มันยิ่งกลับทำให้ชีวิตของเราวุ่นวาย

ธุรกิจของเรานับวันถอยหลังล้มละลายลงได้เลย

.

.

เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักชอบความเรียบง่าย ไม่ชอบคิดอะไรซับซ้อน

ตัวเลือกควรมีอย่างจำกัด ยิ่งน้อยยิ่งดี  เหมือนที่เราชอบหยิบซื้อของบนชั้นที่ของเหลือน้อย

มากกว่าที่ของเหลือมาก แค่เพราะมันไม่ต้องคิดอะไรเยอะ  ไม่ต้องเลือกอะไรมากก็เท่านั้นเอง

============================================================================

โดยภายในเล่มนี้จะมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 4 บท ได้แก่

1) คุณพร้อมที่จะเรียบง่ายหรือยัง

2) ทิ้ง

3) ตั้ง

4) รักษา

.

.

เนื้อหามีการยกตัวอย่าง อธิบายให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่าย

และนำไปปรับใช้กับตัวเอง ในการทำงาน ธุรกิจที่ทำอยู่ รวมทั้งเรื่องอื่นๆได้หมดเลยค่ะ

.

.

แต่ละบทเนื้อหาจะแยกย่อยออกไปอีก  อัดแน่นด้วยข้อมูลที่รวบรวมมาจาก

การเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้ประสบความสำเร็จมากมาย

และผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนต่างตอบกลับมาเป็นเสียงเดียวกันว่า

หัวใจของการทำธุรกิจให้สำเร็จของพวกเขา คือ ความเรียบง่ายนั้นเอง   

.

.

เพราะเราไม่สามารถตอบสนองทุกบริการให้บุคคลทุกกลุ่มได้ สิ่งที่ทำได้ คือ

เจาะกลุ่มเป้าหมายลงไปเพียงเป้าหมายเดียวที่ธุรกิจคุณต้องการ 

.

.

โดยยึดอัตลักษณ์ของธุรกิจเป็นที่ตั้ง  ต่อให้จะมีใครมาคอมเมนท์ให้ปรับเปลี่ยน

เพิ่มเติมหรือลดลงตรงไหน แต่ถ้ามันไม่ตรงกับอัตลักษณ์ที่เราตั้งไวในตอนแรก 

ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจมันเลย การเป็นตัวเองนี่แหละ ที่จะทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์

หรือธุรกิจของเราได้ดีกว่าการทำตามคนอื่นๆ 

=============================================================================

ความสมบูรณ์แบบจะเกิดขึ้นได้ เมื่อไม่มีอะไรให้ตัดอีก

แต่ถ้ายังมีอะไรให้คุณต้องตัดมันออกไปเรื่อยๆ

แปลว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ

.

.

ทิ้งสิ่งที่สำคัญน้อยกว่า เพื่อสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง

ตั้งอัตลักษณ์ชัดเจน ว่าเราเป็นใคร กำลังจะไปทางไหน  ทำไมถึงทำงานนี้

และรักษาไว้ แม้ว่าจะต้องเจออุปสรรคเหนื่อยยากมากแค่ไหนก็ตาม

==============================================================================

คนโดะ มาริเอะ ผู้เขียนหนังสือขายดี “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว”

อธิบายว่า “คนยุคใหม่ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งของที่ไม่ทำให้ใจตัวเองเต้นแรง

จนสิ้นเปลืองพลังงานมากมาย

.

คุณต้องมองสิ่งรอบตัวช้าๆ เลือกเก็บแต่สิ่งที่ปลุกเร้าให้ใจเต้นแรงไว้

แล้วคุณจะสมาธิกับสิ่งที่อยากทำจริงๆ”

=================================================================================

ใครที่กำลังคิดจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง หรือกำลังทำอยู่

เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ จะช่วยขัดเกลาธุรกิจที่คุณทำได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

.

.

เพราะหลายครั้งเรามัวยึดติดกับความสำเร็จของคนอื่น เน้นกำไรขาดทุน

จนหลงลืมจุดประสงค์ที่อยากทำธุรกิจนี้ด้วยหัวใจของคุณเอง 

หนังสือเล่มนี้จะช่วยพาให้คุณดึงหัวใจของธุรกิจที่คุณคิดจะทำ หรือกำลังทำอยู่ออกมาค่ะ

.

.

ช่วยดึงความเป็นเอกลักษณ์ของคุณที่โดดเด่นไม่เหมือนใครออกมา

เพราะสุดท้ายแล้วความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ตัดให้เหลือน้อยที่สุด

แล้วทุ่มเทในสิ่งที่สำคัญจริงๆ ต่างหาก ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปได้ไกล

และประสบความสำเร็จมากกว่า อย่างที่คุณไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนเลยล่ะค่ะ

.

.

แล้วคุณจะรู้สึกทึ่งทันทีที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้

ว่าสุดท้ายแล้ว หัวใจของการประสบความสำเร็จมันช่างเรียบง่ายแค่นี้เองเหรอ?

.

.

จำไว้ว่า เรียบง่าย = ชัยชนะ

ที่รอคุณอยู่เบื้องหน้าเสมอ …

=================================================================================

อยากประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ

แอดขอแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ หนังสือที่จะช่วยเปิดมุมมอง

และขัดเกลาทัศนคติ ความคิดของเรา ช่วยตัดสิ่งไม่สำคัญ ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต

และธุรกิจของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น

.

.

หัวใจของความสำเร็จ คุณเองก็มีได้

แล้วในวันนี้ คุณมีหัวใจแห่งความสำเร็จกันหรือยังคะ ^-^

=================================================================================

=================================================================================

“ทำทุกอย่างให้ง่ายเช้าไว้ คือหัวใจของความสำเร็จ”

.

ผู้เขียน : ลีจีฮุน

ผู้แปล : ตรองสิริ  ทองคำใส

.

หมวด : จิตวิทยาพัฒนาตนเอง

จำนวน : 356 หน้า

สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ฮาวทู

.

พิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2562 (หนังสือออกใหม่!)

=================================================================================

สแกน QR Code นี้ เพื่อทดลองอ่านเนื้อหาเบื้องต้นภายในเล่ม ได้ฟรี!!!

=================================================================================

สนใจสั่งซื้อได้ที่ >> เว็บไซต์สำนักพิมพ์อมรินทร์ฮาวทู

สำนักพิมพ์เนื้อหาคุณภาพที่คัดสรรเพื่อคุณโดยเฉพาะ!

คลิก >>  https://bit.ly/2sGMQww

=================================================================================

ช่องทางการติดตามอื่นๆ

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

สรุป 17 ข้อคิด จากหนังสือ “ทิ้งนิสัยไม่ดี แล้วจะมีความสุข”

สรุป 17 ข้อคิด จากหนังสือ “ทิ้งนิสัยไม่ดี แล้วจะมีความสุข”

ผลงานเดียวกับผู้เขียนหนังสือขายดีถล่มทลาย

“เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุข”

==============================================================================

1) ทิ้งคำพูดแง่ลบ 

เช่น 

“ฉันทำไม่ได้”

“เปล่าประโยชน์”

“เสี่ยงเกินไป”

“ทำไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”

.

เพราะสมองจะหยุดคิดสิ่งที่ซับซ้อนทันที 

จะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ที่สมควรจะเผยออกมา

.

แต่ถ้าพูดในแง่บวก สมองจะสามารถคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้ 

มองเห็นความเป็นไปได้

และมุ่งมั่นทำจนสำเร็จได้มากกว่า 

==============================================================================

2) ทิ้งการแสดงออกว่า “ฉันพยายามอยู่นะ”

ความพยายามไม่ได้วัดกันที่ระหว่างการลงมือทำ 

แต่วัดกันที่ผลลัพธ์ ถ้าคุณทำสำเร็จ = คุณมีความพยายามที่ดีมาก 

แต่ถ้าไม่ได้ผลลัพธ์ หรือทำไม่สำเร็จ = คุณยังพยายามไม่พอ 

.

เลิกบอกให้คนอื่น เห็นความพยายามของคุณ 

แต่จงคิดหาวิธีการทำให้สำเร็จ

และลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ 

.

สุดท้ายทุกคนจะมองเห็นความพยายามของคุณเอง 

โดยที่คุณไม่ต้องบอกเลย

ว่าพยายามมากแค่ไหน 

==============================================================================

3) ทิ้งคำว่า “ยุ่ง”

ถ้าเอ่ยคำว่า “ยุ่ง” จนไม่เวลาทำงาน 

จะเผยให้เห็นว่าคุณคิดถึงแต่ตัวเอง 

รวมถึงเผยให้เห็นความไม่มั่นใจและอ่อนแออยู่ข้างใน

.

แทนที่จะบอกว่ายุ่งให้เปลี่ยนเป็น “งานนี้ฉันทำให้ก็ได้”

จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าคุณเก่ง 

และไว้วางใจมอบหมายงานให้ทำ 

==============================================================================

4) ทิ้งการนินทาคนอื่น 

เพราะการประจานตัวเอง และอาจทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดใจตามมา

.

จนไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนในองค์กร หรือในสถานที่นั้นได้อีก 

อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์

==============================================================================

5) ทิ้งคำแก้ตัว 

ยืดอกรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีที่สุด 

.

เลิกสรรหาคำพูดแก้ตัว เลิกหนีปัญหาแต่หาวิธีแก้ปัญหาแทน 

จะช่วยให้คุณดูน่าเชื่อถือมากกว่า

==============================================================================

6) ทิ้งการอ้างหลักการพร่ำเพรื่อ

เปลี่ยนแปลงตัวเอง ลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ก่อน 

แล้วสิ่งอื่น คนอื่นๆ จะเปลี่ยนแปลงตามคุณเอง

==============================================================================

“ความสัมพันธ์”

7) ทิ้งนิสัยเอาดีเข้าตัวเอง 

อย่านำเสนอตัวเองจนเกินไป แต่ควรเอ่ยอย่างนอบน้อม 

ว่าที่คุณทำสำเร็จได้ เพราะคนรอบข้างหรือใครบ้างที่คุณอยากขอบคุณเขา 

==============================================================================

8) ทิ้งคนที่ไม่จำเป็นในชีวิต 

การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น 

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของคอนเนคชั่นที่เรามี 

.

เพราะคนประสบความสำเร็จหลายคนส่วนใหญ่ลงมือทำ

และเดินทางลุยเพียงลำพัง ไม่มีเวลาให้คนอื่นมาแทรกกลาง

==============================================================================

9) ทิ้งการเปรียบเทียบกับคนอื่น 

ไม่ใช้มาตรฐานของคนอื่นมาตัดสินคุณค่าของตัวเราเอง

.

เช่น เห็นคนอื่นมีรถยุโรปคันใหญ่ 

ให้คิดว่ารถเป็นเพียงแค่ยานพาหนะไว้ใช้สำหรับเดินทางเท่านั้น 

แทนที่จะซื้อรถคันใหญ่ให้สิ้นเปลือง 

ซื้อรถซีดานที่ประหยัดทั้งภาษ๊และค่าน้ำมันไม่ดีกว่าเหรอ

.

หรือการที่เห็นคนอื่นซื้อบ้านหลังใหญ่

ให้คิดว่าบ้านเป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น 

.

แทนที่จะเสียเงินจำนวนมากไปกับบ้านหลังใหญ่

โดยไม่จำเป็น สู้เก็บเงินไว้ไปทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้ชีวิตเราสนุกและมีความสุขดีกว่า

==============================================================================

10) ทิ้งนิสัยขี้ทะนงตัว

 คิดถึงผลลัพธ์ให้มากกว่าหน้าตา 

เป็นอินทรีซ่อนเล็บ และทำในสิ่งที่คนธรรมดาไม่มีวันเข้าใจ 

.

เช่น เวลามีใครมาโต้เถียงกับคุณ ให้ถามกลับไปเลยว่า 

“แล้วคุณหาเงินได้เท่าไหร่?”

วิธีนี้อาจดูเหมือนอวดดี แต่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อตัวคุณเอง 

==============================================================================

11) ทิ้งการเป็นคนดี

 เพราะการเป็นคนดีไม่ได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ

เนื่องจากไม่กล้าขัดแย้งกับใครเลย ไม่กล้าคิดต่าง 

ไม่กล้าทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ  ไม่กล้าค้านแต่อย่างใด

.

คนที่อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองดี  คือ คนที่ไม่จุดยืนเป็นของตัวเอง 

ทำตามความพึงพอใจของผู้อื่นเพียงเท่านั้น 

และจะไม่มีวันมีความสุขในชีวิตได้เลย

 .

จงเป็นคนแปลก ให้มากกว่าการเป็นคนดี 

และกล้าตอกกลับคนที่ใช้คำพูดกับคุณอย่างไม่มีมารยาท

==============================================================================

12) ทิ้งการพยายามสร้างคอนเน็กชั่น

แล้วหันมาโฟกัสที่การสร้างผลงานแทน 

.

อย่ามัวเสียเวลากับการสร้างคอนเน็กชั่น  

จนไม่มีเวลาสร้างผลงานเพราะเมื่อไหร่ที่ลงมือทำจนผลงานคุณโดดเด่น 

คอนเน็กชั่นที่ดีจะหลั่งไหลเข้ามาหาคุณเอง 

==============================================================================

13) ทิ้งความคาดหวังให้อีกฝ่ายตอบแทนกลับ 

ทำทุกอย่างด้วยความสนุก มีความสุข

เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง โดยเฉพาะกับผู้อื่น

อย่างไม่คาดหวังสิ่งตอบแทนใดๆ 

==============================================================================

“เงินกับเวลา”

14) ทิ้งนิสัยอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง โดยไม่ลงมือทำ

 หากยังไม่รู้จักตัวเอง ควรอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง 

.

แต่เมื่อรู้แล้วว่าขคุณค่าของตัวเองคืออะไร มีความชอบ

ความถนัดแบบไหน ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองอีกต่อไป 

แต่ให้เลือกอ่านหนังสือเฉพาะทางแทน 

.

ควรเช็คประวัติของผู้เขียนว่าประสบความสำเร็จด้านนั้นๆ  มาจริงหรือไม่

หรือแค่เขียนหนังสือโลกสวย เพื่อให้หนังสือขายดีเพียงเท่านั้น 

.

อย่าเสียเงินไปกับงานสัมมนาหรือสินค้าที่จัดขึ้น 

ควรมีกรอบความคิดเป็นของตัวเอง อ่านหนังสือ

แล้วนำมาปรับใช้ และลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์

จึงจะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง

==============================================================================

15) ทิ้งการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย

ควรเน้นประโยชน์ใช้สอย และความคุ้มค่าในการใช้สิ่งต่างๆ 

ให้มากกว่าแค่ความอยากได้ เพราะจะช่วยทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้น 

โดยไม่ต้องฝืนมากนัก 

==============================================================================

16) ทิ้งนิสัยเก็บเงินแล้วไม่ยอมใช้ 

เช่น มีเสื้อโค้ท แต่ไม่ยอมเอามาใส่ เพราะกลัวเสื้อเปื้อน 

ก็เหมือนไม่ไม่มีเสื้อโค้ท

.

มีรถแต่ไม่ขับ เพราะกลัวเปลืองน้ำมัน ก็เหมือนไม่มีรถ 

.

เพราะฉะนั้นควรใช้เงินไปกับเรื่องที่มีประโยชน์

หรือทำให้คุณมีความสุขเสียบ้าง 

.

เช่น

การไปเที่ยวในสถานที่ที่คุณอยากไป 

การเรียนต่อ 

การทำธุรกิจ

หรือลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ที่คุณอยากจะทำ 

.

ดีกว่าตายไป โดยยังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 

เพียงเพราะเสียดายเงินที่มัวแต่เก็บไว้

แต่ไม่เคยได้นำออกมาใช้บ้างเลย 

==============================================================================

17) ทิ้งรูปถ่ายและสมุดบันทึกต่างๆ 

ไม่จำเป็นต้องเก็บรูปถ่าย สมุดบันทึก หรือเรื่องราวในอดีตไว้ 

เพราะสิ่งที่สำคัญกว่า คือ ปัจจุบัน และอนาคตของคุณเอง 

.

การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันจะทำให้ปัจจุบันและอนาคตของคุณ

ดีขึ้นมากกว่าการหวนคิดถึงแต่อดีตที่ผ่านมา 

.

เพราะไม่ว่าในอดีตคุณจะทำดีมากแค่ไหน  แต่มาเสียตอนปัจจุบัน 

ผู้คนก็จะต่างกันตัดสินคุณ  ว่าคุณคงเป็นคนไม่ดีมานานแล้วสินะ 

.

ต่างกับถ้าในอดีตคุณประสบพบเจอกับเรื่องราวที่ไม่ดี

ความยากลำบาก แต่ปัจจุบันคุณทำชีวิตตัวเองดีมาก

ผู้คนจะต่างชื่นชมและมองคุณว่า ที่คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น

และประสบความสำเร็จได้ คงเป็นเพราะผ่านเรื่องราวในอดีตแบบนั้นมาสินะ

 .

วิธีนี้จะช่วยทำให้อดีตของคุณมีคุณค่าในสายตาผู้คนและทั้งปัจจุบัน

รวมทั้งอนาคตก็จะทำให้มีคุณค่าในสายตาทั้งตัวคุณและผู้อื่นมากเช่นกัน 
==============================================================================

“ทิ้งนิสัยไม่ดี แล้วจะมีความสุข”

ผลงานขายดีจากผู้เขียน “เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุข”

.

ผู้เขียน : โกะโด โทคิโอะ 

ผู้แปล : ธนัญ  พลแสน 

.

หมวด : จิตวิทยาพัฒนาตัวเอง

จำนวน : 173 หน้า

.

พิมพ์ครั้งที่ 1  ตุลาคม 2562 (หนังสือออกใหม่)

สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ฮาวทู

.

ราคาปก 225 บาท

==============================================================================

ผู้เขียนคนเดียวกับ “เลิกเป็นคนดี แล้วจะมีความสุข” 

ไม่ต้องบอกเนื้อหาข้างในเล่มนี้ก็รู้ว่าเด็ดขนาดไหน

 .

ความคิด ตรรกะ นอกกรอบที่เหนือคนทั่วไป

ชวนให้เราผู้อ่านขบคิดตามได้เสมอ 

.

ถ้าเบื่อกับการอ่านหนังสือฮาวทูเดิมๆ 

ที่ไม่มีอะไรใหม่บ้างเลยแล้วล่ะก็

.

แอดขอแนะนำหนังสือเล่มนี้

“ทิ้งนิสัยไม่ดี แล้วจะมีความสุข”

ที่จะช่วยให้คุณได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ

และกล้าแหกกรอบเดิมของตัวเองออกมา 

เพื่อชีวิตที่เป็นของคุณเอง ไม่ใช่ใครกำหนด

หรืออยากให้คุณเป็น 

.

เนื้อหาอ่านง่ายเบาสบาย มีมากถึง 40 บท

แต่ละบทย่อยสรุปเน้นเนื้อๆ ไม่มีน้ำแต่อย่างใด 

อ่านจบแต่ละบทให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที 

==============================================================================

ซึ่งหัวข้อใหญ่ จะแบ่งออกเป็น 

1) คำพูด

2) ความสัมพันธ์

3) เงินกับเวลา

4) เทคนิคการทำงาน

5) วิธีการทำงาน

6) จิตใจอันอ่อนแอ

==============================================================================

ซึ่งแอดได้สรุปมาให้แค่เรื่อง

 คำพูด ความสัมพันธ์ และเงินกับเวลา

.

นับได้ว่าหนังสือเล่มนี้

เป็นหนังสือที่รวมการพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านของชีวิต 

เล่มไม่บางไม่หนาเกินไป หยิบจับพอดีมือสามารถนำมาอ่าน

เพื่อทบทวน และปรับปรุงแก้ไขตัวเองได้เป็นระยะ 

==============================================================================

หากใครต้องการมีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง 

อย่าลืม! ไปหาอ่านกันนะคะ รับรองได้ว่าคุณจะมีความสุข 

และได้ใช้ชีวิตอิสระของตัวเองอย่างเต็มที่

อย่างที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็ได้ค่ะ ^-^

.

แอดจะหาเวลามาสรุปบทที่เหลือต่อให้อีกนะคะ 

แต่ถ้าใครอดทนรอไม่ไหว   

สามารถเข้าไปสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้เลยค่ะ

.

เว็บไซต์ร้านหนังออนไลน์ สำนักพิมพ์อมรินทร์ฮาวทู (ราคาพิเศษ)

ร้านหนังสือเนื้อหาคุณภาพที่คัดสรรเพื่อคุณโดยเฉพาะ

!คลิก >>  https://bit.ly/2sGMQww

==============================================================================

สแกน QR Code นี้ เพื่อทดลองอ่านเนื้อหาเบื้องต้นภายในเล่ม ได้ฟรี!!!

ช่องทางการติดตามอื่นๆ  ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

Noozup : https://www.noozup.me/2183876/

สรุปหนังสือขายดี “วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต” (กฎข้อที่ 10-16)

1) แทนที่จะมุ่งมั่นประสบความสำเร็จให้มากขึ้น

ให้ปล่อยวางและแทนที่ด้วยความเชื่อของตัวเอง 

ตลอดจนเปลี่ยนแปลงภาพที่เรามองเห็น 

==================================================

2) ใช้คำพูดยืนยัน และการพูดกับตัวเองในเชิงบวก

ยืนยันว่าเรากำลังมีในสิ่งที่เราต้องการ 

ทำในสิ่งที่เราต้องการ และเป็นในแบบที่เราต้องการ 

==================================================

3) ปัญหายากที่เราต้องเผชิญ ไม่อาจแก้ได้ด้วยการใช้

ความคิดแบบเดียวกับที่สร้างมันขึ้นมา

-อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

==================================================

4) 80% ของผู้ที่ถูกลอตเตอรี่จะกลายเป็นบุคคลล้มละลายภายใน 5 ปี 

เพราะพวกเขาไม่สามารถพัฒนากรอบความคิดเศรษฐีเงินล้านขึ้นมาได้ 

พวกเขารู้สึกอึดอัดกับเงินจำนวนมาก 

.

ดังนั้น พวกเขาจึงหาหนทางกลับไปสู่แดนแห่งความสบายใจ

แบบที่พวกเขาคุ้นเคยแทน 

==================================================

5) มองให้เห็นภาพว่าสิ่งใดที่เราอยากจะสร้าง

มองสิ่งต่างๆ ตามที่เราอยากให้มันเป็น

ใส่ตัวเราเข้าไปในนั้น และมองสิ่งต่างๆ ให้ทั่วด้วยดวงตาของเราเอง 

==================================================

6) ถ้าคุณต้องการรถยนต์สักคัน ให้มองเห็นด้านในรถ 

ราวกับว่าคุณกำลังขับรถยนต์คันนั้นอยู่ 

=================================================

7) อย่ามองเห็นตัวเองอยู่ในเหตุการณ์

แต่ให้มองเหตุการณ์เหมือนกับตัวเองกำลังใช้ชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ 

=================================================

8) มองให้เห็นในสิ่งที่คุณต้องการ 

แล้วจะได้รับในสิ่งที่คุณมองเห็น 

=================================================

9) จินตนาการ คือ ทุกสิ่งทุกอย่าง

มันคือภาพยนตร์ตัวอย่างของช่วงเวลาสำคัญๆ 

ในชีวิตที่จะเกิดขึ้นจริง

-อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์-

=================================================

10) การนึกภาพจะกระตุ้นพลังสร้างสรรค์ในจิตใต้สำนึกของเรา

การนึกภาพช่วยให้สมองของเราแน่วแน่ขึ้น 

การนึกภาพจะดึงดูดและชักนำผู้คน ทรัพยากร และโอกาสต่างๆ 

ที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายเข้ามาหาเรา 

=================================================

11) สมองของคุณแยกแยะไม่ออกหรอก

ระหว่างการนึกภาพอะไรสักอย่าง

กับการลงมือทำสิ่งนั้นจริงๆ 

=================================================

12) นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า 

นักศึกษาที่นึกภาพล่วงหน้าสามารถปฏิบัติงานได้แม่นยำเกือบ 100%

=================================================

13) ส่วนนักศึกษาที่ไม่ได้นึกภาพ 

ความแม่นยำอยู่ที่ 55% เพียงเท่านั้น

=================================================

14) เพราะฉะนั้น การนึกภาพช่วยให้สมองทำงานได้สำเร็จมากขึ้น

================================================

15) มันจะกำหนดระบบประสาทที่ทำให้จิตใต้สำนึกตื่นตัว

มันจะกระตุ้นจิตใต้สำนึกของคุณให้สร้างทางออก

เพื่อไปให้ถึงยังเป้าหมายที่คุณต้องการ

มันจะเพิ่มแรงจูงใจของคุณ

================================================

16) RAS จะเก็บข้อมูลทุกอย่าง  ซึ่งจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

ได้นึกภาพ และได้กล่าวคำพูดยืนยันอย่างสม่ำเสมอ 

================================================

17) จิตใต้สำนึกของเราไม่ได้คิดออกมาเป็นคำพูด แต่คิดเป็นภาพเท่านั้น 

================================================

18) เมื่อคุณให้ภาพที่เฉพาะเจาะจง มีสีสัน และดึงดูดใจอย่างชัดเจน 

กับสมองของเราแล้ว มันจะเสาะหาและกักเก็บข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด 

เพื่อทำให้ภาพนั้นของเรากลายเป็นความจริง

================================================

19) สิ่งที่คุณต้องทำ คือ หลับตาลงและมองให้เห็นเป้าหมายของคุณ

ตอนที่ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

================================================

20) เขียนเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของคุณแต่ละข้อออกมา

จากนั้นทบทวน กล่าวคำพูดยืนยัน และนึกภาพมันทุกๆ วัน 

================================================

21) อ่านเป้าหมายของคุณออกมาดังๆ ทีละข้อ 

หลังจากอ่านจบหนึ่งข้อ ให้หยุดแล้วหลับตาลง

และนึกภาพเป้าหมายของคุณที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกข้อ 

==================================================

22) จงนึกภาพเป้าหมายของคุณว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว

วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนตื่นนอนตอนเช้า และก่อนเข้านอน 

ในทุกๆวัน แล้วคุณจะได้ประโยชน์แบบเดียว

กับพวกที่อ้างว่าตัวเองมองเห็นภาพได้จริง 

==================================================

 23) แต่ถ้าคุณมีปัญหานึกภาพเป้าหมายไม่ออก  ให้หารูปภาพ ภาพถ่าย 

แล้วรวบรวมไว้ดู เพื่อทำให้จิตใต้สำนึกของคุณจดจ่ออยู่กับเป้าหมายนั้น 

==================================================

24) การนึกภาพเพียง 1 ชั่วโมง

มีค่าเท่ากับ การลงมือปฏิบัติ 7 ชั่วโมง

==================================================

25) จงปฏิบัติตัวราวกับว่าคุณอยู่ในจุดที่คุณต้องการแล้ว

==================================================

26) RAS ในสมองของเราจะสังเกตว่าสิ่งใด

ที่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จ 

มันจะส่งข้อความหนักแน่นไปสู่จักรวาลว่า 

“เป้าหมายนี้คือสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ”

==================================================

27) กฎเร่งความสำเร็จ

สิ่งที่เหมือนกันย่อมดึงดูดกัน 

ยิ่งคุณสร้างแรงสะเทือนของการเป็นเจ้าของบางสิ่ง

คุณจะดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามาหาคุณได้เร็วขึ้น 

====================================================

28) ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะมีความมั่นใจในตัวเอง

กล้าขอในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และกล้าพูดออกมาว่าต้องการสิ่งใด 

.

พวกเขาคิดว่า อะไรก็ไม่เป็นไปได้ทั้งนั้น

พวกเขากล้าเสี่ยง และฉลองให้กับความสำเร็จของตัวเอง

พวกเขาเก็บออมเงินไว้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งแบ่งปันให้ผู้อื่น

====================================================

29) ทันทีที่คุณปฏิบัติตัวตามนี้ คุณจะเริ่มดึงดูดผู้คนและสิ่งต่างๆ 

ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตจริง

====================================================

30) เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย จงเป็นคนที่คุณอยากเป็น 

แล้วลงมือทำในสิ่งที่สอดคล้องกับการเป็นคนคนนั้น

ในไม่ช้าคุณจะพบว่า คุณมีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

ได้อย่างง่ายดาย

====================================================

31) โลกไม่ได้ให้ผลตอบแทนกับสิ่งที่คุณรู้

แต่ให้ผลตอบแทนกับสิ่งที่คุณทำ 

====================================================

32) ทันทีที่คุณลงมือทำ คุณจะจุดชนวนให้สิ่งต่างๆ

นำพาคุณไปสู่ความสำเร็จอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

====================================================

33) สิ่งดีๆ จะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาหาคุณทันที

ที่คุณลงมือทำ 

====================================================

34) สิ่งที่ผู้ชนะทำ ก็คือ เมื่อคิดวางแผนเสร็จ

เขาจะเริ่มต้นลงมือทำโน่นทำนี่ทันที

.

แม้จะไม่ได้เริ่มต้นอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่พวกเขาจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง

แก้ไขในสิ่งที่จำเป็น และยังคงเดินหน้าต่อไป 

=====================================================

35) ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะมุ่งเน้นไปที่การลงมือทำ 

พวกเขาสร้างแรงผลักดันตัวเองตลอดเวลา

จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ตามที่ใจของพวกเขาต้องการ

======================================================

36) จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น จนกว่าคุณจะลงมือทำ!

======================================================

37) ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในชีวิต คุณต้องลงมือทำ 

ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

======================================================

38) วิธีที่คุณใช้กับบางสิ่งบางอย่าง

คือ วิธีที่คุณจะใช้กับทุกสิ่งทุกอย่าง

======================================================

39) ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอดทน

กับการวางแผนและการพูดถึงมัน 

พวกเขาจะกระสับกระส่ายอยากที่ลงมือทำมันเลยตอนนี้มากกว่า

======================================================

40) สิ่งที่สำคัญ คือ การเริ่มต้นเท่านั้น

เริ่มต้นลงสู่สนามแข่งขันทันที 

.

เมื่อคุณทำเช่นนั้น คุณจะเริ่มได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับมา

ซึ่งช่วยให้คุณแก้ไขในสิ่งที่คุณต้องทำ

เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ 

======================================================

41) ยิงออกไปเลย ดูว่ากระสุนเข้าตรงไหน

แล้วปรับการเล็งให้ได้ตามนั้น 

.

ถ้ายิงเหนือเป้าไป 2 นิ้ว คุณก็แค่ลดระดับลงมาเล็กน้อย

ยิงอีกครั้ง ดูว่าตอนนี้มันเข้าไปที่ตรงไหน

ยิงและปรับเล็งใหม่ไปเรื่อยๆ ในไม่ช้าคุณก็จะยิงโดนกลางเป้า

=======================================================

42) ผู้ก่อตั้งแมคโดนัลด์กล่าวว่า  .

กุญแจความสำเร็จมี 3 ข้อด้วยกัน คือ 

.

1. อยู่ในที่ที่เหมาะสมและเวลาที่เหมาะสม

2. รู้ว่าตัวคุณอยู่ที่นั่น

3. ลงมือทำ

=======================================================

43) ผู้ที่ประสบความสำเร็จตระหนักดีว่า

ความล้มเหลวนั้นเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเรียนรู้

=======================================================

44) เราต้องเต็มใจที่จะล้มเหลวหรือ

อาจต้องกระตือรือร้นที่จะล้มเหลวเลยด้วยซ้ำ

=======================================================

45) แค่เริ่มทำผิดพลาด รับฟังข้อมูลป้อนกลับ

แก้ไขให้ถูกต้อง และก้าวต่อไปข้างหน้าสู่เป้าหมาย

ทุกๆ ประสบการณ์จะมอบข้อมูลที่มีประโยชน์มากขึ้น

========================================================

46) ผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่ปล่อยให้ความกลัวฉุดรั้ง

พวกเขาจากการทำอะไรก็ตามที่พวกเขาต้องการทำหรือต้องทำ 

=========================================================

47) จงยอมรับว่าความกลัวนั้นมีอยู่ 

แต่อย่าปล่อยให้มันฉุดรั้งคุณไว้ไม่ให้ทำงานสำคัญได้

==========================================================

48) อะไรที่คุณจินตนาการแล้วทำให้ตัวเองหวาดกลัว

จงแทนที่ภาพในใจนั้นด้วยสิ่งที่ตรงกันข้ามในเชิงบวก 

==========================================================

49) แอนโทนี ร็อบบินส์ กล่าวว่า 

“ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็ต้องทำ และถ้าคุณต้องทำ คุณก็จะทำได้”

==========================================================

50) สิ่งต่างๆ ที่เรากลัวที่จะทำมากที่สุดจะมอบอิสรภาพ

และการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้แก่เรา

==========================================================

51) ในการฝึกฝนทักษะต่างๆ ให้ชำนาญนั้น

คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ เอาชนะความกลัว

แล้วค่อยๆ จัดการกับความท้าทายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นต่อไป 

==========================================================

52) ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนเต็มใจที่จะเสี่ยง

เป็นก้าวแห่งศรัทธา แม้ว่าพวกเขาจะกลัว

แต่พวกเขารู้ว่าถ้าไม่ทำ โอกาสจะผ่านเลยไป 

==========================================================

53) สิ่งต่าง ๆ  อาจมาถึงมือของผู้ที่รอคอย

แต่เป็นเพียงของเหลือเดนจากผู้ที่รีบฉกฉวยไปแล้ว

-อับราฮัม ลินคอร์น-

==========================================================

54) เราสามารถเดินเขย่งเท้าไปตลอดชีวิต เพื่อหวังว่าเราจะตาย

โดยไม่ถลอกปอกเปิกจนเกินไป หรือเราจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

สมบุกสมบัน เพื่อบรรลุเป้าหมายและทำความฝันสูงสุดของเราให้เป็นจริง

-บ๊อบ พรอกเตอร์-

===========================================================

55) คุณต้องการความปลอดภัยและมีชีวิตที่ดี

หรือคุณต้องการโอกาสและมีชีวิตที่ยอดเยี่ยม

-จิมมี จอห์นสัน-

===========================================================

56) การใช้ชีวิตกับความเสี่ยง คือ การกระโดดหน้าผา

และสร้างปีกของคุณเองขึ้นมา ขณะที่ดำดิ่งลงสู่พื้น

-เรย์ แบรดเบรีย์-

===========================================================

57) มีเพียงคนที่กล้าผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเท่านั้น

ที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

-โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี-

===========================================================

58) ถ้าคุณต้องการบรรลุเป้าหมายอันสูงส่ง

คุณต้องกล้าเสี่ยง

-อัลแบร์โต ซาลาซาร์-

===========================================================

59) ถ้าคุณอยากดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข

คุณจะต้องมีความมุ่งมั่นสูงและมีการยึดติดต่ำ 

===========================================================

60) คุณต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถทำได้ 

เพื่อสร้างผลลัพธ์ตามปรารถนา แล้วคุณก็ต้องปล่อยวาง

เพราะบางครั้งคุณก็ไม่ได้ผลลัพธ์ดังที่ตั้งใจไว้ภายในวันเวลาที่คุณต้องการ

===========================================================

61) เมื่อใดก็ตามที่ประตูบานหนึ่งกำลังจะปิดลง

ประตูอีกบานจะเปิดขึ้นเสมอ 

คุณแค่ต้องมีความคิดในเชิงบวก

ตื่นตัวอยู่ตลอด และมองให้ออกว่ามันคืออะไร

===========================================================

62) แทนที่จะเอาแต่ผิดหวัง เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปดังหวัง

จงถามตัวเองว่า “ความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร”

===========================================================

63) คุณต้องเผชิญกับปฏิเสธมากมายระหว่างทางสู่ความสำเร็จ

สิ่งสำคัญ คือ ต้องไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

หากใครสักคนพูดว่าไม่ ก็ขอให้คุณไปต่อ 

===========================================================

64) แม้คุณจะมีความสามารถ แต่คุณก็ต้องมีความมุมานะด้วย 

เพื่อที่จะได้ประสบความสำเร็จ

===========================================================

65) หากต้องการที่จะประสบความสำเร็จ  

คุณต้องยอมเสี่ยง เต็มใจเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ

===========================================================

66) ใช้เวลาเขียนสิ่งที่คุณต้องการร้องขอ 

ซึ่งมี 7 ด้าน ดังนี้ 

1. การเงิน 

2. อาชีพ

3. การพักผ่อนหย่อนใจ

4. สุขภาพ

5. ความสัมพันธ์

6. งานอดิเรก

7. การบำเพ็ญประโยชน์

=======================================================

67) ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ

ต้องรู้จักวิธีรับมือกับการถูกปฏิเสธ

=======================================================

68) สิ่งที่คุณต้องการก็ต้องการคุณเช่นกัน 

ยังมีใครบางคนรอคุณและแนวคิดของคุณอยู่ 

คุณแค่ต้องขอให้มากพอจนกว่าจะได้รับคำตอบรับเท่านั้นเอง

========================================================

69) อย่าล้มเลิกความฝันของคุณ ความเพียรพยายามนั้นสำคัญ

ถ้าคุณไม่มีความปรารถนาและความเชื่อในตัวเอง

ซึ่งจะผลักดันให้คุณพยายามต่อไป 

หลังจากที่มีคนบอกคุณว่าควรหยุดเสีย

คุณจะไม่มีวันทำสำเร็จ

-ทอว์นี โอเดลล์-

=========================================================

70) เคล็ดลับของความสำเร็จ คือ การไม่ล้มเลิกความพยายาม

เมื่อใครสักคนตอบปฏิเสธ ให้คุณพูดว่า “รายต่อไป!”

=========================================================

71) อย่าจมปลักอยู่กับความกลัวหรือความขุ่นข้องหมองใจ

จงเข้าไปหาบุคคลต่อไป มันเป็นเพียงแค่เกมตัวเลข 

มีใครบางคนกำลังรอที่จะตอบตกลงกับคุณอยู่ 

===========================================================

72) ต้นฉบับของคุณซึ่งถูกตีกลับมาจากบรรณาธิการอีกคน

เป็นสิ่งล้ำค่า อย่าคิดว่ามันถูกปฏิเสธ 

จงคิดว่าคุณได้ส่งมันให้กับ “บรรณาธิการที่จะซาบซึ้งกับงานของฉัน”

.

และมันแค่ถูกส่งกลับมาพร้อมกับประทับตราว่า “ไม่ใช่ที่อยู่นี้”

จงมองหาที่อยู่ที่เหมาะสมต่อไป 

-บาร์บารา คิงโซลเวอร์-

==============================================================

73) ทุกคนที่เคยไปยังจุดสูงสุด จะต้องอดทนต่อการถูกปฏิเสธ

==============================================================

หนังสือเล่มนี้เหมาะอยากยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยเทคนิค และเคล็ดลับต่างๆ ที่มีในหนังสือ ให้เราได้นำไปปรับใช้และลงมือทำ

จนเกิดผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ 

.

แอดเคยสรุปไปแล้วก่อนหน้านี้ สามารถคลิกเข้าไปอ่านย้อนหลังได้เลยค่ะ 

สรุปหนังสือ “วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต” สรุปกฎข้อที่ 1-9 

.

ซึ่งมีทั้งหมด 25 กฎ สู่ความสำเร็จด้วยกันที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก 

หากอยากเร่งสปีดความสำเร็จของคุณ อย่าลืม! นำกฎ 25 ข้อในหนังสือเล่มนี้ไปใช้กันนะคะ 

แอดรับรองได้เลยว่าถ้าคุณลงมือทำ ตั้งใจจริง รับผิดชอบต่อเป้าหมาย และความฝันของตัวคุณเอง

ในไม่ช้าทุกสิ่งที่คุณฝันไว้ย่อมเป็นจริงได้อย่างแน่นอนค่ะ 

.

เพราะนี่แค่สรุปเท่านั้น เนื้อหาภายในเล่มจริงๆ อัดแน่นมากๆเลยค่ะ 

มีการอธิบายให้เห็นภาพ ยกตัวอย่างชัดเจน ให้คนอ่านอย่างเรา

สามารถทำความเข้าใจได้ในทันที 

.

กฎทุกข้อภายในหนังสือเล่มนี้ ทำได้จริงในทันที

เป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเอง!!!

==================================================================

ถ้าใครอดใจรอสรุปที่เหลือไม่ไหว 

สามารถเข้าไปสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

FB: https://www.facebook.com/Palibrary.official/
IG: https://www.instagram.com/palibrary.official/ 

===============================================================

แล้วแอดจะมาสรุปให้จบนะคะ 

แอดขอฝากช่องทางการติดตาม “เพจรีวิวหนังสือดีดี” ด้วยนะคะ

.

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Page FB : https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

.

ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตามในทุกๆช่องทางเลยค่ะ 

ขอบคุณมากค่ะ ^-^

สรุป 69 ข้อคิด จากหนังสือขายดี “หลักคิดที่คนญี่ปุ่นพกไปทำงานทุกวัน”

1) คนที่แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ยังทำอย่างเต็มที่ไม่ได้

ย่อมไม่มีทางทำเรื่องใหญ่ๆ ได้

.

2) คาถาA.B.C. ที่คนญี่ปุ่นใช้กัน

A มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Atarimae” หมายถึง เรื่องธรรมดา

B มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Baka ni naru” หมายถึง ทุ่มสุดตัว

C มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Chanto suru” หมายถึง ทำให้ดีที่สุด

รวมกันแล้ว คาถา A.B.C. จึงหมายถึง การทุ่มสุดตัวทำเรื่องธรรมดาให้ดีที่สุด

.

3) ถ้าทุ่มสุดตัวและทำให้ดีที่สุด

เราจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

และสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้

.

4) คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่โชคดี

หรือคนที่มีชีวิตก้าวหน้า คือ คนที่เลือกเดินตรงจุดที่เป็น “พื้นที่แห่งความสุข”

.

5) ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คนที่โชคไม่ดี

และคนที่มีชีวิตไม่ก้าวหน้า คือ คนที่เลือกเดินตรงจุดที่เป็น “พื้นที่แห่งความทุกข์”

.

6) ปัจจัยพื้นฐานของการมีชีวิตที่ก้าวหน้า คือ

– การมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

– การมีวิธีคิดที่ถูกต้อง

– การหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อเพิ่มทักษะในสิ่งที่ทำอยู่

.

7) ถ้าคิดเรื่องต่างๆ แบบก้าวหน้า

ชีวิตของเราก็จะหันไปในทิศทางของ “ความสำเร็จ”

.

8) แต่ถ้าคิดเรื่องต่างๆ แบบถอยหลัง

ชีวิตของเราก็จะวกไปในทิศทางของ “ความล้มเหลว”

.

9) ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้าย

ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับว่าเราจะคิดอย่างไร

.

10) การคิดแบบก้าวหน้าอาจช่วยให้เราร่ำรวยได้

แต่ช่วยให้มีความสุขไม่ได้

.

11) นอกจากการคิดแบบก้าวหน้าแล้ว

อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ

“การทำให้คนรอบข้างมีความสุข”

.

12) คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุด

เขาจะคิดเสมอว่า “จะทำประโยชน์ให้กับคนอื่นและสังคมได้อย่างไรบ้าง”

.

13) ความสำเร็จและความสุข คือ

รางวัลตอบแทนจากการทำให้คนอื่นมีความสุข

.

14) ยิ่งทำให้ผู้คนมีความสุขได้มากเท่าไหร่

ก็จะยิ่งได้รับความสุขตอบแทนกลับมามากเท่านั้น

.

15) การเสียสละตัวเองเพื่อครอบครัว บริษัท หรือสังคมไปเรื่อยๆ

อย่างไม่มีวันสิ้นสุดไม่ใช่ชีวิตที่ดี

.

16) เช่นเดียวกับการเสียสละครอบครัวไปอย่างสิ้นเชิง

เพื่อประโยชน์ของบริษัทหรือสังคม

.

17) เมื่อมีฝั่งอุดมคติ ก็จะมีฝั่งความเป็นจริงอยู่ตรงกันข้าม

โดยมีช่องว่างขนาดใหญ่แยกสองฝั่งนี้ออกจากกัน

.

18) สิ่งสำคัญจึงเป็นการคิด ว่ามันเป็นเรื่องที่ทำได้

และพยายามทำความเป็นจริงให้เข้าใกล้อุดมคติมากที่สุด

.

19) โลกนี้ไม่ใช่โลกของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”

แต่เป็นโลกที่ “ผู้อยู่รอดคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด”

.

20) เราไม่จำเป็นต้องกำจัดคู่แข่งให้พ้นทาง

แค่พยายามทำสิ่งที่เหมาะสมและทำให้ดีที่สุดก็มีโอกาสชนะแล้ว

.

21) กุญแจสู่ความสุขและความสำเร็จ คือ

ไม่โกหกหลอกลวง ทำให้คนอื่นมีความสุข

ให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง

และคนที่ซื่อสัตย์จริงใจ

.

22) แทนที่จะคิดว่าตัวเองจะได้อะไรบ้างจากการประสบความสำเร็จ

ให้หันมาสนใจว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จจะส่งผลดีมากกว่า

.

23) “เล่นกับของเสียความมุ่งมั่น เล่นกับคนเสียคุณธรรม”

หมายความว่า หากยึดติดกับวัตถุมากเกินไป เราจะลืมความมุ่งมั่นที่มี

ต่อสิ่งอื่นในชีวิตที่สำคัญกว่า และถ้าดูหมิ่นไม่ให้ความเคารพต่อเพื่อนมนุษย์

เราตะกลายเป็นคนที่ไม่คุณธรรมไปโดยไม่รู้ตัว

.

24) คนที่ยึดติดกับวัตถุมากๆ จะรู้สึกว่า ยิ่งได้ครอบครองสิ่งของมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นมากเท่านั้น

.

25) บางคนพอได้เลื่อนตำแหน่งก็เริ่มวางอำนาจ

ปฏิบัติกับคนอื่นปราศจากความเคารพ

คนกลุ่มนี้มีความสุขที่ได้บงการคนอื่น

.

26) คนที่ “เล่นกับคน” แบบนี้ไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้

.

27) ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว

เราก็ไม่ควรยึดติดกับวัตถุและไม่ปฏิบัติกับคนอื่นอย่างไร้ความเคารพ

.

28) ชีวิตมนุษย์ก็เหมือนลูกตุ้ม บางครั้งหลงทาง

หรือมีเรื่องให้กลัดกลุ้มจนกลัดแกว่งไปมาซ้ายขวาบ้าง

.

29) สิ่งสำคัญ คือ เมื่อกวัดแกว่งแล้วสุดท้ายจะกลับมายังจุดที่อยู่ตรงกลาง

ซึ่งเป็น “ทางสายกลาง” ได้หรือไม่ต่างหาก

.

 30) ทัศนคติและมุมมองเป็นอย่างไร

สถานะทางสังคมของเราก็จะเป็นอย่างนั้น

.

31) สิ่งสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์ประสบความสำเร็จได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

คือ การมีจิตใจที่ซื่อตรง

.

32) แม้จะเป็นงานที่ดูเผินๆแล้วง่ายดาย และไม่ได้สลักสำคัญอะไร

แต่ถ้าเราทุ่มสุดตัวจนเข้าถึงแก่นของมันได้

สักวันมันจะกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ส่งผลอย่างมาก

ต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

.

33) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เราก็สามารถเรียนรู้จนเข้าใจหลักการพื้นฐานได้

ภายในเวลา 3 ชั่วโมง

.

34) การทำงานแบบสักแต่ให้เสร็จหรือได้ผลลัพธ์มาเร็วๆ

จะทำให้เราเป็นได้แค่ “คนที่ทำงานเร็ว”

แต่ไม่อาจก้าวหน้าไปไกลกว่านั้นได้

.

35) ยิ่งเป็นงานที่ไม่เลือกเอง

ยิ่งต้องทำให้ดีที่สุด

.

36) แม้จะเป็นงานธรรมดาก็ไม่ควรสักแต่ทำให้เสร็จไป

เราควรทุ่มสุดตัวทำให้ดีที่สุด แล้วงานที่เคยดูน่าเบื่อ

หรือไม่มีความหมายจะกลายเป็นงานที่มีคุณค่าไปโดยไม่รู้ตัว

.

37) คนที่ทุ่มสุดตัวทำเรื่องธรรมดาให้ดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะในตอนท้าย

.

38) แนวทางในการทำธุรกิจที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่การโฆษณาหรือการตลาด

แต่อยู่ที่การทุ่มสุดตัวทำ “เรื่องธรรมดา”

ซึ่งก็คือ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพให้ดีที่สุด

.

39) เราไม่ควรทำอะไรโดยหวังแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น

แต่ควรทำโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว

.

40) หากไม่ลงมือทำ เราจะเอาแต่คิด

แล้วก็กลัวจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย

.

41) ถ้าได้ลงมือทำจริงๆ ก็จะพบว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลย

ตรงกันข้าม ถ้ามัวแต่คิดถึงเหตุผลร้อยแปดอยู่ในหัว

เราจะกลัวจนไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว

.

42) มนุษย์ไม่ได้ต้องการเหตุผล แต่ต้องการความรู้สึกประทับใจ

.

43) คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่มองหาข้อดีของคนอื่น

ไม่ใช่มองหาแต่ข้อเสีย

.

44) คนที่มองเห็นข้อดีของคนอื่นจึงประสบความสำเร็จมากกว่า

คนที่มองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น

.

45) หากเอาแต่มองข้อเสียของคนอื่น

สุดท้ายมันจะเป็นข้อเสียของเราเอง

.

 46) การไม่สามารถนำข้อดีของคนในทีมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

ถือเป็นข้อบกพร่องของหัวหน้า

.

47) เมื่อใครทำสิ่งไม่ดีก็ต้องเตือนให้เขารู้ว่าไม่ดี

ถ้าเราไม่ตักเตือนเขาก็จะไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี

และจะทำผิดพลาดซ้ำๆ อยู่แบบนั้น

.

48) ถ้าเรื่องไหนทำได้ดีก็ให้ชมตัวเองว่า “พยายามได้ดีมากเลยนะ”

แต่ถ้าเรื่องไหนทำได้ไม่ดีก็ต้องเตือนตัวเองว่า “ต้องพยายามมากกว่านี้นะ”

.

49) เราควรทำงานอย่างเต็มความสามารถ

ไม่ใช่แค่อาศัยชื่อเสียงของบริษัท

แล้วเราจะสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมชนิดที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้

.

50) การทำงานอย่างเต็มความสามารถ

จะทำให้ทุกคนยอมรับเราว่าเป็นมืออาชีพ

สิ่งที่ตามมาคือ เราจะสนุกไปกับการทำงาน

และรู้สึกภูมิใจที่คนอื่นยอมรับในความสามารถของเรา

.

51) บริษัทเป็นสถานที่ให้คนมาทำงาน

ไม่ใช่สถานที่สำหรับอวดประวัติการศึกษา

.

52) ถ้าตั้งเป้าว่าจะเป็นมืออาชีพ

เราจะเริ่มจากการมองหาว่าตัวเองถนัดอะไร

แล้วทุ่มเทขัดเกลาทักษะด้านนั้นให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

.

53) อย่าลืมว่ามนุษย์มีเวลาอยู่อย่างจำกัด

เราไม่ควรใช้มันไปกับเรื่องที่ไม่ถนัด

.

54) หากอายุยังไม่มากและคิดว่ามีความสุขกับการทำสิ่งนั้นไปทั้งชีวิตจริงๆ

ก็ควรเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นอาชีพไปเลยดีกว่า

.

55) เราควรใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบและทำได้ดีไม่แพ้ใคร

.

56) แทนที่จะเสียเวลาฝึกฝนเรื่องที่ไม่ถนัด

จนมีความสามารถระดับกลางๆ

ควรหันมาทุ่มสุดตัวทำเรื่องที่ถนัดจนกลายเป็นอาชีพดีกว่า

.

57) นำประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดเป็นทรัพย์สิน

โดยศึกษาเพิ่มเติม และสอบเอาใบรับรองมาจนได้

.

58) สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เอกสารเหล่านั้น

แต่อยู่ที่การสั่งสมความรู้เพิ่มเติม

.

59) งานที่ทำเพื่ออิ่มท้อง คือ งานที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด

ส่วนงานที่ทำเพื่ออิ่มใจ  คือ งานที่ทำเพราะชอบหรืออยากทำ

.

60) “วิธีคิด” จะเป็นตัวกำหนดชีวิตที่เหลืออยู่

.

61) เรารู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ทำงานนี้บ่อยครั้งแค่ไหน

นี่คือตัวตัดสินว่าเรากำลังทำงานเพื่ออิ่มใจอยู่หรือไม่

.

62) ให้ลองถามตัวเองดูว่า

“ถ้าเกิดใหม่อีกครั้งจะยังอยากทำงานนี้อยู่หรือไม่”

.

63) จงใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวให้เต็มที่

.

64) ไม่สำคัญว่าเราจะเกิดมาได้เปรียบหรือเสียเปรียบแค่ไหน

เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่กับว่าเราจะนำศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัว

ออกมาใช้ได้เต็มที่หรือไม่

.

65) ความสุขที่สุดของชีวิตคือการ

“ได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ซึ่งคือการใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวให้เต็มที่

.

66) จงอยู่ในสถานที่ที่หิ่งห้อยตัวน้อยอย่างคุณเปล่งแสงได้เจิดจ้าที่สุด

.

67) เราต้องพยายามช่วยให้คนรอบข้างเปล่งแสงไปพร้อมกับเราด้วย

แล้วเราจะเป็นที่รักของคนเหล่านั้น

.

68) ถ้าเราเปล่งแสงอยู่คนเดียว หรือถ้าถึงขั้นยอมทำร้ายคนอื่น

เพื่อให้ตัวเองได้เปล่งแสงเจิดจ้า คนรอบข้างก็อาจรู้สึกไม่พอใจ

และเราจะเป็นศูนย์รวมความเกลียดชัง

.

69) ในยามยากลำบากจะมีคนมาช่วยเรามากน้อยแค่ไหน

ก็ขึ้นอยู่กับว่าในยามสบาย เราได้ช่วยเหลือคนอื่นมากน้อยแค่ไหน

======================================================

แอดจะขอสรุปแค่ในส่วนของบทที่ 1-2 ก่อนนะคะ

ไว้บทความหน้าแอดจะมาสรุปให้ในส่วนของบทที่ 3-4 ต่อไปค่ะ

.

ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะมีทั้งหมด 4 บทด้วยกัน

เป็นหลักคิดของคนญี่ปุ่นที่ใช้ในการทำงานอย่างแท้จริง

เล่มเล็ก อ่านง่าย พอพาสะดวก ราคาไม่แพง

.

ใครสนใจสามารถสั่งซื้อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

FB: https://www.facebook.com/Palibrary.official/

IG: https://www.instagram.com/palibrary.official/

================================================

“หลักคิดที่คนญี่ปุ่นพกไปทำงานทุกวัน”

ผู้เขียน : โคมิยะ คาสุโยชิ

.

หมวด : ธุรกิจ

สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น

จำนวน : 184 หน้า

ราคาปก : 195 บาท

.

เพจเฟซบุ๊ก : รีวิวหนังสือดีดี  https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

.

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

.

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

.

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

❤สรุป 32 ข้อคิด จากหนังสือขายดี “กฎข้อนึงของความสัมพันธ์” 🎉

.

.

1📙อยากเป็น “คนแบบไหน?”

ให้พาตัวเองไปอยู่ใน “สังคมแบบนั้น”

ไม่อยากเป็น “คนแบบไหน”

แค่ย้ายตัวเองออกจาก “สังคมนั้น” ในทันที

.

2📙อย่าอึดอัดใจ

ที่จะขอให้ใครช่วยเหลือเรา

หากเป็นสิ่งที่เราพยายาม…

ช่วยตัวเองก่อนแล้ว

แต่ก็ยังทำไม่ได้สักที

.

3📙ไม่มีใคร “สมบูรณ์แบบ”

เราต่างต้อง “ยอมรับในสิ่งที่เป็น”

และ “เติมเต็ม” ในส่วนที่ขาด

ให้กันและกัน

.

4📙 คนที่มี “ความสุข” ในชีวิต

ไม่ใช่คนที่รายล้อมด้วย

ผู้คนมากมาย

แต่คือคนที่ “อยู่กับตัวเองได้”

และ “รักตัวเองเป็น”

.

5📙 อย่าปล่อยให้ “คำพูด” ของใคร

มากำหนด “ชีวิตเรา”

เพราะสุดท้ายแล้ว …

คนที่อยู่กับเราไปทั้งชีวิต

คือ “ตัวเราเอง”

.

6📙หากวันนี้เป็นวันที่แย่

มันก็มีเวลาแค่ 24 ชม.

วันแย่ๆนี้จะกลายเป็นอดีต

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

เหมือนทุกวันที่ผ่านมา

.

7📙 อย่ามองข้าม “คนที่รักเรา”

เพราะนั้นอาจเป็นรักที่เราตามหา

มาตลอดทั้งชีวิตก็เป็นได้

.

8📙”ทัศนคติที่ดี” คือ

ตัวกำหนดเรา

มากกว่า “โชคชะตา”

.

9📙 อย่ารอใคร มา “ให้กำลังใจ” เรา

แต่เราต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเอง

เพราะกำลังใจจากตัวเรา

เติมได้ตลอดเวลาไม่มีวันหมด

.

10📙”เป้าหมาย” ของชีวิตเรา

ไม่ควรถูกสังคมใช้ไม้บรรทัดเดียวกัน

มาวัด

แต่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรา

ค้นพบความสุขในตัวเอง

.

11📙 อย่าเอาตัวเองไป “เปรียบเทียบ” กับใคร

แต่สิ่งที่ควรทำ คือ …

การพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

แค่เป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดก็พอ

.

12📙 อย่ารอให้ใครมา “ชื่นชม”

หรือมองเห็น “คุณค่า” ในตัวเรา

แต่เราต้องรู้จัก “ภาคภูมิใจ” ในตัวเอง

และมองเห็นคุณค่าในตัวเองให้เป็น

.

13📙 จงก้าวผ่าน”กรอบความคิด”

“ความกลัว” และ “ความเป็นไปได้”

เพราะหลายสิ่งในโลกที่ผู้คนมองว่า

เป็นไปไม่ได้ ล้วน “เป็นไปได้” แล้วทั้งนั้น

.

14📙 อย่าเพิ่งตัดสินอะไรว่ามันยาก

หากยังไม่เคยลงมือทำมาก่อน

หรือแม้มันจะยากแค่ไหน

แต่หากฝึกฝนจนชำนาญ

สุดท้ายมันจะง่ายเองในสักวัน

.

15📙อย่าปล่อยให้ “อดีต”

มารบกวน”ปัจจุบัน”

ทิ้งไว้เป็นอดีต

เพราะสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ คือ “ปัจจุบัน”

.

16📙 หมั่นบอก “รักตัวเอง”

ดูแลตัวเองในทุกๆวัน

เพราะไม่ว่าดีร้ายแค่ไหน

คนที่อยู่กับตัวเราตลอดเวลา คือ “ตัวเราเอง”

17📙 อย่าหวาดกลัวที่จะทำความฝันให้เป็นจริง

จนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลย

.

18📙 คนรักกันไม่ควรพูดจาไม่ดีใส่กัน

ไม่ควรโกหกกัน

และไม่ควรทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

.

19📙 แพ้ 1 ครั้ง ไม่ได้หมายความว่า …

เราจะแพ้ตลอดไป

เพราะจะพ่ายแพ้ตลอดไปหรือไม่นั้น

ขึ้นอยู่กับเราจะยอมแพ้ตลอดไป

หรือเปล่าแค่นั้นเอง

.

20📙 อย่ารอให้สายไป

ที่จะบอกรักคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา

ไม่ต้องให้ถึงโอกาสสำคัญ

แค่บอกรัก หัวใจคนฟังก็ชุ่มฉ่ำแล้ว

.

21📙 ไม่มีใครตายเพราะความรัก

จงเก็บความเสียใจนั้น

และก้าวเดินต่อไป

.

22📙 อย่าเอาใจใส่ความทุกข์มากไป

จนลืมมองเห็น “ความสุข” ที่อยู่ใกล้ตัว

.

23📙 การกลัวว่า “ความรัก” จะลดลง

อาจทำให้เราพลาด “ช่วงเวลาที่สวยงาม”

ของชีวิตมากที่สุดก็เป็นได้

.

24📙 ความสุขที่แท้จริง คือ

“การเป็นตัวของตัวเอง”

จงฟังเสียงหัวใจตัวเอง

อะไรที่เราอยากทำ?

และอะไรที่เราอยากเป็น

นั่นล่ะ คือ “ความสุขที่แท้จริง”

.

25📙3 สิ่งที่ควรทิ้งในปีเก่า

ความรู้สึกว่าเราไม่มีค่า ,

ความทรงจำแย่ๆ ที่จบลงไปแล้ว

และ การเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย

ทุกอย่างเป็นอดีตหมดแล้ว

อย่าปล่อยให้อดีตมาทำร้ายเราในปัจจุบัน

.

26📙 ความผิดพลาด เหมือนแผลเป็น

ตอนแรกเราอาจรู้สึกเจ็บปวด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป

เราก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวดกับ

รอยแผลเป็นนั้นอีกแล้ว

.

27📙 ให้ชั่งน้ำหนักดูว่า

ระหว่างความเจ็บปวดกับการไม่ได้บอกรัก

หรือบอกรักแล้วเขาเปลี่ยนไป

แบบไหนจะทำให้เราเจ็บปวดใจมากกว่ากัน

.

28📙 ควรยิ้มให้กับความผิดหวังให้เป็น

เพื่อเป็นการมอบกำลังใจให้แก่หัวใจ

ของเราเอง

.

29📙 เรื่องบังเอิญไม่เคยมีอยู่จริง

แต่เป็นเพราะเราตัดสินใจที่จะไป

ที่แห่งนั้น ทำสิ่งนั้น

จึงทำให้เราได้พบเจอกับใครบางคน

และทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป

.

30📙 “ความสุข” ไม่ควรเป็น

“จุดหมาย” ของชีวิต

แต่ “ความสุข” ควรอยู่ “ทุกช่วงชีวิต”

ที่เรายังหายใจ

.

31📙 ไม่มีอะไร “สายเกินไป”

หรือ “ช้าเกินไป”

อย่าปล่อยให้ “โอกาสดีๆ”

หรือ “ความฝัน” หลุดลอยไป

โดยที่เราไม่ได้ “ลงมือทำ”

อะไรเลย

.

32📙 จงมี “ความรับผิดชอบ” แบบ “ผู้ใหญ่”

และ “ให้อภัย” แบบ “เด็กๆ”

.

📖📗📖📗📖📗📖📗📖📗📖📗📖📗

.

ถ้าชอบ ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม

เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ 😀

.

เพจเฟซบุ๊ก : รีวิวหนังสือดีดี

https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

.

แอพ Blockdit : Neemmy BK

http://www.blockdit.com/neemmy.bk/

สรุป 55 ข้อคิดดีๆจากหนังสือขายดี The Power of Now พลังแห่งจิตปัจจุบัน ทางสู่การตื่นรู้และเยียวยา

สรุปหนังสือขายดี ที่มียอดขายกว่า 4 ล้านเล่ม

แปลแล้ว 33 ภาษา

.

หนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดที่ออกมา

ในรอบหลายปี ทุกประโยคเปี่ยมด้วย

ความจริงและพลัง !

.

อันดับ 1 ของ นิวยอร์ก ไทมส์

อันดับ 1 ในอินเดีย

นักจิตบำบัดหลายคน แนะนำ

หนังสือเล่มนี้ให้คนไข้ และ

ยังนำไปประกอบการรักษาอีกด้วย

.

หนังสือที่คู่ควรต่อการพัฒนา

“จิตวิญญาณ” ของเราให้เติบโต

.

1💦เมื่อคุณ “รู้ตัว” ทั่วพร้อม

อยู่กับปัจจุบัน นั่นแหละ

คือ “การตื่นรู้”

.

2💦การไม่สามารถหยุด “ความคิด” ได้

ถือเป็น “ความทุกข์” ที่แสนสาหัส

.

3💦ความเชื่ออาจช่วยให้สบายใจ

แต่จะเป็น”อิสระ”ได้

คุณต้องสัมผัสผ่าน”ประสบการณ์” ตรงเท่านั้น

.

4💦หากเชื่อว่าคุณคือ “ความคิด”

นี่เป็นความเชื่อผิดๆ ที่ปล่อยให้

ความคิดเข้า”ครอบงำ”

.

5💦คุณจะเริ่มเป็น”อิสระ” ก็ต่อเมื่อ

คุณรู้ว่าคุณไม่ใช่ “ตัวคิด” ที่กำลัง

ครอบงำคุณอยู่

.

6💦หลายคนมีชีวิตอยู่กับ”ตัวทุกข์”

ในหัวที่คอย”โจมตี” อย่างต่อเนื่อง

นี่เป็น”ต้นเหตุ” ของเรื่องเศร้า

ความทุกข์ และอาการเจ็บป่วยด้วย

.

7💦เวลาฟัง ให้ฟังอย่างเป็นกลาง

อย่าตำหนิหรือตัดสินสิ่งที่ได้ยิน

.

8💦ขณะฟัง “ความคิด”

คุณ”รู้ตัว” รู้สึกได้ตลอดเวลา

ความคิดจึงไม่มี”อำนาจ” เหนือคุณอีก

และถดถอยไปโดยเร็ว

.

เพราะคุณไม่ได้ให้พลังกับมันแล้ว

นี่คือ จุดเริ่มต้น”ยุติ”ความคิด

ที่ไม่เคยหยุดพักและยากต่อการควบคุม

.

9💦ให้รู้ตัวทุก “ย่างก้าว”

ทุกขณะ ทุกลมหายใจเข้า-ออกอยู่เสมอ

.

10💦หัดที่จะเลิก”ผูกยึด”

กับสิ่งที่ใจคิด ทุกครั้งที่”จิตว่าง”

แสงแห่งปัญญาจะส่องสว่าง

แรงกล้าขึ้น

.

11💦”อัตตา” คือ ตัวตนจอมปลอม

ที่สร้างขึ้นจากการ”ผูกติด” กับความคิด

อย่างไม่รูเท่าทัน

.

12💦”ปัจจุบัน” คือ กุญแจสู่อิสรภาพ

แต่ถ้าคุณยัง”ผูกติด”ตัวเองกับ

โลก”ความคิด”

คุณไม่มีทางเข้าถึง”ปัจจุบัน”

.

13💦ความคิดที่ขาด”สติ”

รู้ตัว ไร้ประโยชน์ วิปลาส

และบ่อนทำลาย

.

14💦เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์

ส่วนใหญ่ไม่มี”ความคิดสร้างสรรค์”

ไม่ใช่เพราะไม่รู้”วิธีคิด”

แต่เพราะไม่รู้วิธี”หยุดคิด” ต่างหาก!

.

15💦คนที่ในใจมีแต่”ความโกรธ”

โดยไม่”รู้ตัว” และไม่แสดงออก

พวกเขามักถูกคนอื่น”ทำร้าย” อยู่เสมอ

ทั้งทางกายและวาจา และมักเกิดขึ้น

โดยไม่มี”เหตุผล” ด้วย

.

เพราะพวกเขาแผ่”รัศมีความโกรธ”

ที่แรงกล้าจนบางคนสัมผัสได้

โดยไม่รู้ตัว และไป”ปลุกความโกรธ”

ที่ซ่อนเร้นในตัวพวกเขา

ให้ปะทุขึ้นมา

.

16💦คุณจะมีคำว่า “ดี” ไม่ได้

หากปราศจากคำว่า”เลว”

.

17💦”ความสุข” มักเกิดจากสิ่ง

ที่อยู่นอกกาย

ในขณะที่”ความเบิกบาน” เกิดจากภายใน

.

สิ่งที่ให้”ความสุข”กับคุณในวันนี้

ย่อมนำ”ความทุกข์”มาให้ในวันหน้า

.

18💦ความทุกข์เกิดจาก”กิเลส”

เราจะพ้น”ทุกข์”ได้

ก็ต่อเมื่อละซึ้ง”กิเลส”

.

19💦อย่าเสาะหาวิธีที่จะ”หลุดพ้น” จากกิเลส

หรือพยายาม”บรรลุ” ถึงการตื่นรู้

.

จงอยู่กับ”ปัจจุบัน” อยู่ในฐานะ”ผู้เฝ้าดู”

ความคิดและจิตใจ

.

20💦”ความทุกข์” ส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเอง

ตราบที่คุณยัง”ปล่อย” ให้ความคิด

“บงการ”ชีวิต โดยไม่รู้ตัว

.

21💦ยิ่งคุณยึดอยู่กับสิ่งที่ใจ”คิด”

คุณยิ่ง”ทุกข์” หรือยิ่งคุณ”ยอมรับ”

และ”ให้ค่า” กับปัจจุบันมากเท่าไหร่

.

คุณยิ่ง”พ้น” จากทุกข์ทรมาน

และหลุดพ้นจาก “อัตตา” ด้วย

.

22💦จงอยู่กับ”ปัจจุบัน”

และให้ความสำคัญกับอดีตและ

อนาคตเท่าที่จำเป็น

.

23💦การคอย”ตัดสิน” ตลอดเวลา

ทำให้”ทุกข์” และไม่เป็นสุข

.

24💦เมื่อ”ความทุกข์”เข้าครอบงำ

คุณยิ่ง”ต้องการ”ความทุกข์มากขึ้น

.

คุณกลายเป็น”เหยื่อ”

หรือไม่ก็เริ่ม”ลงมือทำ” สิ่งผิด

.

25💦คุณต้องอยู่กับ”ปัจจุบันขณะ” มากพอ

ที่จะเฝ้าดู”ตัวทุกข์” ได้โดยตรง

และรู้สึกถึง”พลัง” ของมัน

แล้วมันจะไม่สามารถ”บงการ”

ความคิดคุณได้อีก

.

26💦เฝ้าดู”ความรู้สึก” ที่เกิดขึ้นข้างใน

มากกว่าปล่อยให้มัน”ครอบงำ”คุณ

มันคือโอกาสที่คุณจะได้ “ฝึกจิต” ที่ยอดเยี่ยม

ที่สุด และแปร”ทุกข์” จากอดีตได้อย่างรวดเร็ว

.

27💦ความตายจะ”ปลดเปลื้อง” ทุกอย่าง

ที่ไม่ใช่คุณออกไป

.

ความลับแห่งชีวิต คือ

“จงตายก่อนที่จะตาย”

แล้วคุณจะพบว่า…

มันไม่มีหรอก…”ความตาย”

.

28💦”ปัจจุบันขณะ” ต่างหาก

ที่เป็นสิ่งล้ำค่าอย่างแท้จริง

.

ยิ่งคุณ”จดจ่อ” อยู่กับอดีตและอนาคต

มากเท่าไหร่ คุณยิ่งหลุดออกจาก”ปัจจุบัน”

ที่ล้ำค่ามากเท่านั้น

.

29💦สาเหตุที่บางคนชอบกิจกรรม”ผาดโผน”

อย่างปีนเขา แข่งรถ ฯลฯ

มันบีบให้พวกเขาอยู่กับ “ปัจจุบัน”

.

30💦ผู้มี”ปัญญา” มักมีสมาธิจดจ่อ

กับปัจจุบันขณะเสมอ

.

31💦ความรู้สึกผิด เสียใจ

โกรธแค้น คับข้องใจ

เศร้าสร้อย ข่มขื่น

และการไม่ให้”อภัย”

.

ล้วนเป็นผลมาจากการอยู่กับ

“อดีต” มากเกินไป

และไม่ได้อยู่กับ”ปัจจุบัน” ที่มากพอ

.

32💦เมื่อคุณเต็มไปด้วย”ปัญหา”

ย่อมไม่มีที่ว่างให้”สิ่งใหม่ๆ”

ก้าวเข้ามา

ไม่มีที่ว่างสำหรับ”ทางออก”

.

33💦ถ้าคุณ”หยุด” สร้างทุกข์

ให้ตัวเองได้

= คุณ”หยุด” สร้างทุกข์

ให้ผู้อื่นด้วย

.

34💦คำว่า “อย่างไร” สำคัญกว่า

“อะไร” เสมอ

.

35💦เวลาทำสิ่งใดด้วยจิตจดจ่อกับ

“ปัจจุบัน” สิ่งนั้นจะซึมซาบด้วย

ความรัก ความใส่ใจ และมีคุณภาพ

แม้แต่เรื่องที่สุดแสน”ธรรมดา” ที่สุด

.

36💦อย่ากังวลกับผลของการ”กระทำ”

แค่”ใส่ใจ” ในสิ่งที่ทำก็พอ

ผลจะมาตามทางของมันเอง

นี่เป็นการ”ฝึกจิต” ที่ทรงพลัง

.

37💦ขณะที่คุณหันมาสนใจกับ

“ปัจจุบัน” คุณจะรู้ตัวทั่วพร้อม

คุณจะ”นิ่ง” และ “สงบ”

คุณไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใดใน”อนาคต”

มาเติมเต็มหรือมอบความพึงพอใจให้อีกแล้ว

.

38💦ใช้เรื่อง”ท้าทาย” เป็นตัวปลุก

ให้คุณ”ตื่นรู้”

.

39💦การ”ตระหนัก” รู้ว่าพลังลบนั้น

“ไร้ประโยชน์” เป็นสิ่งสำคัญ

.

40💦สิ่งใดก็ตามที่ทำด้วย”พลังลบ”

ย่อมแปดเปื้อนด้วยพิษของมัน

ในไม่ช้ามันจะทำให้ยิ่ง”ทุกข์”

ยิ่งไร้”สุข” มากขึ้น

.

41💦การบ่น = ไม่ยอมรับ

“สิ่งที่เป็น” เสมอ

และแบก “พลังลบ”

โดยไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา

.

เมื่อคุณบ่น = คุณกำลังทำให้ตัวเอง

เป็น”เหยื่อ”

.

42💦”ปัจจุบัน” คือ ที่นี่ เดี๋ยวนี้

.

43💦ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน

จงอยู่ที่นั่นอย่าง”รู้ตัว”

.

ถ้าคุณรู้สึกว่าที่นี่ หรือ ตอนนี้

มันสุดจะทน

และทำให้คุณไม่มี”ความสุข” เลย

คุณมีทางเลือก 3 ทาง คือ

– ดึงตัวเองออกมาจาก”สถานการณ์” นั้น

– แก้ไขมัน

– “ยอมรับ” มันแต่โดยดี

.

44💦การกระทำที่เข้าใจถ่องแท้

ว่า “ควรทำอะไร?”

ย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่า

ที่เกิดจากพลังลบ

.

45💦การกระทำสิ่งใด ย่อมดีกว่า

การไม่ทำอะไรเลย

.

46💦ถ้ามันเป็นความผิดพลาด

อย่างน้อยคุณจะได้”เรียนรู้”

และไม่ทำผิดพลาดอีก

.

47💦รับรู้ว่าคุณกลัว เฝ้าดูมัน

ใส่ใจมัน มีสติรู้ตัวอยู่กับมัน

แบบนี้จะทำให้”ความกลัว”

กับ”ความคิด” แยกออกจากกัน

.

48 💦คนที่ยอม”จำนน” เท่านั้น

ที่จิตมี”พลัง”

.

49💦จง”ตาย”จากอดีตทุกขณะ

คุณไม่จำเป็นต้องใช้มัน

แค่นึกถึงมันเวลาที่ต้อง

ข้องเกี่ยวกับ”ปัจจุบัน” ก็พอ

.

50💦การรอคอย เป็นสภาวะหนึ่งของจิต

หมายถึง คุณต้องการ”อนาคต”

คุณไม่ต้องการ”ปัจจุบัน”

คุณไม่ต้องการสิ่งที่มีอยู่

แต่อยากได้สิ่งที่ยังมาไม่ถึง

.

ทำให้คุณภาพชีวิตของคุณ”ตกต่ำ”มาก

เพราะคุณ”สูญเสีย” ปัจจุบัน

.

51💦ความรู้สึก”ขอบคุณ” ช่วงเวลา

ในปัจจุบันกับความสมบูรณ์ของชีวิต

วันนี้ ถือเป็น “ความสำเร็จ” ที่แท้จริง

.

52💦แค่”เบิกบาน” กับสิ่งที่เป็น

ถ้าคุณอยู่กับ”ปัจจุบัน”

คุณย่อมไม่รู้สึกว่าต้องการอะไรอีก

.

53💦มีแต่”ปัจจุบัน” เท่านั้น

ที่ทำให้คุณเป็น”อิสระ” จากอดีตได้

.

54💦ถ้าคุณ”รู้ตัว” มากพอ

ที่จะเฝ้ามองสิ่งต่างๆ

ไม่วิเคราะห์ ไม่วิพากษ์วิจารณ์

ไม่ตัดสิน

.

คุณจะรับมือกับอดีตและจัดการ

“สลาย” มันได้ด้วยพลัง

แห่งจิต”ปัจจุบัน”

.

55💦อย่าพยายาม”เข้าใจ” อดีต

แต่จงอยู่กับ”ปัจจุบัน” ให้มากที่สุด

อดีตไม่สามารถอยู่รอดในปัจจุบัน

มันอยู่ได้เมื่อคุณ”หลุด” จากปัจจุบันเท่านั้น

===================================

นี่เป็นแค่สรุปบางส่วนจากใน

หนังสือ “The power of now”

พลังแห่งจิตปัจจุบัน

ทางสู่การตื่นรู้และเยียวยา

(ฉบับแปลใหม่)

.

เขียนโดย : เอ็กค์ฮาร์ท โทลเล

แปลโดย : พรรณี ชูจิรวงศ์

หมวด : จิตวิทยา / พัฒนาตัวเอง

สำนักพิมพ์ : โอ้มายก้อด

จำนวน : 263 หน้า

ราคา : 250 บาท

============================

หากใครต้องการ “ความสุข”

สงบในจิตใจ อยากหลุดพ้นจาก

“ความทุกข์” และ “ปัญหา” ทั้งปวง

เล่มนี้เหมาะกับคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ

.

แนะนำให้ค่อยๆอ่านทีละคำ อย่างตั้งใจ

ช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน

เพราะจะค่อนไปทางปรัชญาหน่อยค่ะ

.

ถ้ารีบอ่านเกินไป หรืออ่านผ่านๆ

จะทำให้ไม่เข้าใจ หรือตกหล่นในบางส่วน

แล้วตีความแบบผิดๆได้ค่ะ

.

เหมาะกับการอ่าน

ในบรรยากาศที่สบาย และเงียบสงบ

แล้วคุณจะเข้าใจความหมาย

และทุกคำในหนังสือเล่มนี้

ได้อย่างแท้จริง

.

สามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊ค

หรือร้านหนังสือทั่วไปที่มีวางจำหน่าย

เพจเฟซบุ๊ก : รีวิวหนังสือดีดี

https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

Blockdit : Neemmy BK

===========================================

ถ้าเห็นว่ามี”ประโยชน์”

อย่าลืม! กดไลค์ กดแชร์

เพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆ นี้

ให้ผู้อื่นกันด้วยนะคะ

.

และอย่าลืม! กด “ติดตาม”

เพื่อเป็นกำลังใจ❤

ดีๆในการแบ่งปันสิ่งดีๆ

ต่อไปของแอดกันด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนมากค่ะ

สำหรับการติดตามเสมอมา^-^